
ซิงเกอร์-กันยงฯกำไรแจ่ม
ปีนี้ยอดขายโตตามเศรษฐกิจโลกฟื้น
‘SINGER’กลัวการเมืองฉุดลูกค้าโพสต์ทูเดย์ — ซิงเกอร์ตื่นนำปัจจัยเสี่ยงการเมืองมาคิดเวลาทำแผนธุรกิจ ชี้รัฐบาลมัวแต่แก้ปัญหาม็อบ ไม่สนใจเกษตรกร SINERKYE ยันกำไรปีนี้ดีกว่าปีก่อน
นายบุญยง ตันสกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซิงเกอร์ประเทศไทย (SINGER) เปิดเผยว่า ขณะนี้บริษัทได้นำความเสี่ยงทางการเมืองเป็นหนึ่งในปัจจัยเวลาตั้งเป้าหมายการขยายตัว จากก่อนหน้านี้ไม่เคยให้ความสำคัญ แม้ว่าลูกค้าของบริษัทกว่า 90% เป็นกลุ่มต่างจังหวัดและเกษตรกร ชาวไร่ ชาวสวน จะไม่ได้รับผลกระทบเมื่อมีการชุมนุม แต่หากมีปัญหาทางการเมืองทำให้รัฐบาลทุ่มเทเวลาในการแก้ปัญหาทางการเมือง ทำให้ไม่มีเวลาให้ความช่วยเหลือเกษตรกรเมื่อมีเรื่องเดือดร้อน
สำหรับรายได้ในปีนี้คาดว่าจะขยายตัว 15% แม้ว่าครึ่งปีแรกจะมีรายได้จำนวน 1,113 ล้านบาท ขยายตัว 20% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่รายได้หลักมาจากการขายเครื่องปรับอากาศที่ดีมาก เพราะอากาศร้อนมากในช่วงเดือน พ.ค.เม.ย. ทำให้ 6 เดือนแรกมียอดขาย 1.7 หมื่นเครื่องแล้ว และคาดว่าทั้งปีจะสามารถขายได้ 2.5 หมื่นเครื่อง คิดเป็นมูลค่า 600 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 31% ของยอดขาย
นอกจากนั้น บริษัทยังตั้งเป้าการขายตู้แช่จำนวน 1.5 หมื่นเครื่องในปีนี้ รับรู้เป็นรายได้จำนวน 400 ล้านบาท ตู้เติมเงินโทรศัพท์ 1,200 เครื่อง รับรู้เป็นรายได้ 100 ล้านบาท เนื่องจากบริษัทจะเน้นขายแบบเช่าซื้อ ปัจจุบันมียอดสินเชื่อ 1,659 ล้านบาท
“ผลประกอบการที่ดีทำให้ยอดขาดทุนสะสมขณะนี้อยู่ที่ 56 ล้านบาท จาก 92 ล้านบาท สิ้นปีที่ผ่านมา แต่คาดว่าคงไม่สามารถล้างขาดทุนสะสมได้หมดในปีนี้ คงจะเป็นภายในปี 2554 ส่วนจะจ่ายปันผลได้ในปีหน้าหรือไม่นั้น ไม่สามารถระบุได้ ขึ้นอยู่กับการเติบโตของธุรกิจด้วย”
ดังนั้น ในช่วงที่เหลือของปีนี้จะมีการออกสินค้าใหม่ เช่น ทีวีดาวเทียม โฮมเธียเตอร์ เครื่องซักผ้ารุ่นใหม่ เครื่องสูบน้ำ และมีแผนจะเปิดสาขาอีก 5 สาขา จากช่วงต้นปีได้เปิดไปแล้ว 5 สาขา ใช้งบลงทุนในการเปิดสาขาจำนวน 20 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม สินค้าที่มีส่วนต่างกำไรสูงสุดจะเป็นจักรเย็บผ้า 6070% รองลงมาคือเครื่องซักผ้า 5565% ขณะที่เครื่องซักผ้าอาจไม่สูงนักเพียง 3545% เนื่องจากอยู่ในช่วงของการจัดโปรโมชัน โดยปีนี้บริษัทจัดสรรเงินจำนวน 100 ล้านบาท แบ่งเป็น 80 ล้านบาท ใช้เพื่อส่งเสริมการขาย กระตุ้นยอดขาย และ 20 ล้านบาท เพื่อใช้การตลาด
นายซาดาฮีโร โทนิตะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท กันยงอิเลคทริค (KYE) กล่าวว่า ยอดขายและกำไรจากการดำเนินงานในปีนี้จะดีกว่าปีก่อน เพราะการฟื้นตัวของเศรษฐกิจทั่วโลกโดยเฉพาะภูมิภาคเอเชียที่มีการฟื้นตัวที่เร็ว ทำให้บริษัทในฐานะผู้ส่งออกสินค้าไปญี่ปุ่นถึง 52% ขายในประเทศไทย 35% และอื่นๆ 13% ดีขึ้นด้วย ส่วนในอนาคตบริษัทจะใช้กลยุทธ์การส่งออกในอาเซียนมากขึ้น รวมถึงจีนและตะวันออกกลาง
“
เริ่มแรกเรามองที่เวียดนามและอินโดนีเซีย ส่วนก้าวต่อไปจะไปที่จีนและอินเดียแม้เงินบาทแข็งค่าจะเป็นอุปสรรคต่อการส่งออกบ้าง แต่บริษัทก็จะเน้นการปรับลดต้นทุนการผลิตเพื่อชดเชยผลกระทบดังกล่าว” นายโทนิตะ กล่าว






