posttoday
อิหร่าน ณ บัดนาว

อิหร่าน ณ บัดนาว

05 ตุลาคม 2559

ในครั้งที่แล้ว ดิฉันได้ทิ้งท้ายไว้ว่าอิหร่านในวันนี้ต่างจากที่ผ่านมา และเริ่มส่องประกายด้านเศรษฐกิจที่มีความน่าสนใจในการเข้าไปลงทุน และเป็นทำเลการค้าขายที่น่าสนใจ จุดแข็งหลักๆ ของอิหร่านที่ ณ บัดนาว ที่สามารถดึงดูดความสนใจของนักลงทุนทั่วโลก มี 3 ด้านหลัก คือ

ในครั้งที่แล้ว ดิฉันได้ทิ้งท้ายไว้ว่าอิหร่านในวันนี้ต่างจากที่ผ่านมา และเริ่มส่องประกายด้านเศรษฐกิจที่มีความน่าสนใจในการเข้าไปลงทุน และเป็นทำเลการค้าขายที่น่าสนใจ จุดแข็งหลักๆ ของอิหร่านที่ ณ บัดนาว ที่สามารถดึงดูดความสนใจของนักลงทุนทั่วโลก มี 3 ด้านหลัก คือ

1.วาสต์ เอนเนอร์จี (Vast Energy) โดยที่อิหร่านมีก๊าซธรรมชาติมากเป็นอันดับที่ 2 ของโลก คือประมาณ 33.6 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลองนึกดูก็คือ เพียงพอกับความต้องการใช้ของประเทศจีนถึง 190 ปี) มีน้ำมันสำรอง (เฉพาะที่สำรวจแล้ว) มากเป็นอันดับ 4 ของโลก คือราว 158 พันล้านบาร์เรล (คือเพียงพอต่อความต้องการใช้ของประเทศจีนถึง 40 ปี) เหตุที่เอาประเทศจีนมาเปรียบเทียบเพราะเป็นประเทศที่มีประชากร และมีการใช้ทรัพยากรมากเป็นอันดับต้นๆ ของโลก

2.บิ๊ก แอนด์ เออร์เบินไนซ์ คอนซูเมอร์ มาร์เก็ต (Big and urbanized consumer market) เพราะมีประชากรถึง 80 ล้านคน ในกลุ่มนี้เป็นเออร์เบินไนซ์ราว 70% ที่สำคัญ ประชากรกว่า 60% มีอายุต่ำกว่า 30 ปี โดยสรุปคือ อิหร่านคือฐานการผลิตที่มีวัยหนุ่มสาวเป็นแกนหลัก ขณะเดียวกันก็เป็นตลาดผู้บริโภคขนาดใหญ่ที่มาพร้อมกับกำลังซื้อ

3.ไดเวอร์ซิฟายด์ อีโคโนมี (Diversified Economy) อิหร่านมีความจริงจังกับการกระจายโครงสร้างเศรษฐกิจ เพื่อลดการพึ่งพาการส่งออกน้ำมัน เพราะมีบทเรียนมาจากการถูกมาตรการคว่ำบาตร และมีการทำแผนการพัฒนาเศรษฐกิจระยะ 5 ปี ฉบับที่ 6 (ปี 2016-2021) และเทอร์ตี เยียร์ มิสชัน (20-year mission)

นอกจากภาคธุรกิจแล้ว ภาคที่สำคัญก็คือภาคบริการ โดยเฉพาะการท่องเที่ยว การบินไทยของเราเองก็ได้เปิดเที่ยวบินไปเตหะราน เริ่มวันที่ 1 ต.ค.นี้ เพราะอิหร่านมีประวัติศาสตร์ยาวนานและมีมรดกโลกมาก ติด 1 ใน 10 อันดับของโลก (จัดอันดับโดย UNESCO)

นอกจากนี้ อิหร่านยังมีสภาพเป็นศูนย์กลางการค้าของโลก เพราะเกือบ 20% ของน้ำมันที่ค้าขายในตลาดโลก ต้องอาศัยช่องแคบ Strait of Hormuz ทางตอนใต้ของอิหร่าน เป็นเส้นทางขนส่งน้ำมัน และอิหร่านยังเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางรถไฟตามนโยบายเส้นทางสายไหมใหม่ (New Silk Road) ของจีนด้วย

กล่าวโดยรวมคือ มองในแง่ความต้องการ (Supply) อุตสาหกรรมหลักไม่ต่างจากประเทศเพื่อนบ้านที่ผลิตน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเป็นหลัก อย่างไรก็ดี อิหร่านมีจุดต่างที่สำคัญ คือ พึ่งรายได้การส่งออกน้ำมันและก๊าซไม่มากเท่าเพื่อนบ้านที่เป็นผู้ส่งออกน้ำมันเหมือนกัน เพราะรายได้การส่งออกสินค้ากลุ่มโภคภัณฑ์ (Commodity) ของอิหร่านมีสัดส่วนเพียง 38% ของรายได้จากการส่งออกทั้งหมด ที่เป็นเช่นนี้อาจจะต้องขอบคุณมาตรการคว่ำบาตรที่ผลักดันให้อิหร่านดิ้นรนเพื่อกระจายโครงสร้างการผลิตของตนเอง (Diversify) เพื่อลดการพึ่งพารายได้จากการส่งออกน้ำมัน ทำให้อิหร่านมีภาคการผลิตที่ค่อนข้างใหญ่และหลากหลาย (เมื่อเทียบกับเพื่อนบ้าน) คือมีทั้งอุตสาหกรรมไอที อกริ-อินดัสตรี

น่าสนใจเสียขนาดนี้ ทำให้ไม่สามารถจบเรื่องอิหร่านได้ในครั้งนี้ ขอต่อไปอีกในครั้งหน้า คือพุธที่ 19 ต.ค.

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน