
ทิสโก้เร่งสปีด มุ่งสู่ดิจิทัลปี’61
“อรนุช” เร่งผลักดันการเปลี่ยนผ่านธนาคารทิสโก้ สู่ดิจิทัลเต็มรูปแบบภายในปี 2561
“อรนุช” เร่งผลักดันการเปลี่ยนผ่านธนาคารทิสโก้ สู่ดิจิทัลเต็มรูปแบบภายในปี 2561
นางอรนุช อภิศักดิ์ศิริกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มทิสโก้ เปิดเผยว่า หลังจากขึ้นดำรงตำแหน่ง ประธานคณะกรรมการบริหาร ในวันที่ 1 ม.ค. 2560 จะมุ่งเน้นงานด้านพัฒนาเทคโนโลยีทางการเงิน (ฟินเทค)และดิจิทัลแบงก์กิ้งให้สำเร็จ หลังจากเริ่มปรับปรุงกระบวนการ (ทรานสฟอร์ม) มาเป็นเวลา 2 ปี และเริ่มทยอยใช้ระบบใหม่ภายในองค์กรแล้ว จากนี้จะพัฒนาไปสู่การให้บริการลูกค้า คาดว่าการปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำงานทั้งหมดเป็นดิจิทัลจะแล้วเสร็จในปี 2561
“ยอมรับว่า ในช่วง 2-3 ปีจากนี้ธนาคารจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นจากการปรับระบบเทคโนโลยี เนื่องจากในระหว่างการเปลี่ยนผ่านจำเป็นต้องใช้ระบบเดิมและระบบใหม่ควบคู่กันไปก่อน จนกว่าระบบใหม่จะเข้ามาทดแทนได้หมด จากนั้นค่าใช้จ่ายจึงจะเริ่มลดลงอย่างมีนัยสำคัญ รวมทั้งส่งผลให้ต้นทุนการดำเนินงานลดลงจากการลดใช้เงินสดและต้นทุนเกี่ยวกับกระดาษลงได้” นางอรนุช กล่าว
สำหรับระบบเทคโนโลยีที่ธนาคารเลือกใช้เป็นของผู้ให้บริการเทคโนโลยีสารสนเทศระดับโลก เช่น กูเกิล และอเมซอน เพราะเป็นระบบฐานข้อมูลขนาดใหญ่ ทันสมัย มีเสถียรภาพและมีระบบรักษาความปลอดภัยไซเบอร์มาตรฐานโลก ดังนั้น แทนที่ธนาคารจะลงทุนในจำนวนมาก ก็มาใช้ระบบของโลกที่มีให้บริการอยู่แล้วซึ่งธนาคารใช้เท่าไหร่ก็จ่ายเท่านั้น (Pay-To-Use)
นอกจากนี้ ธนาคารเตรียมให้บริการโมบายแบงก์กิ้งสำหรับลูกค้าธนาคารที่ทำธุรกรรมการเงินทั่วไปได้ภายในสิ้นปีนี้ เร็วกว่ากำหนด โดยเป็นระบบใหม่ที่รองรับการทำธุรกรรมผ่านระบบพร้อมเพย์ที่จะเริ่มเปิดให้โอนเงินระหว่างรายย่อยในปลายเดือน ต.ค.นี้ และจะเชื่อมโยงแพลตฟอร์มกับโมบายแบงก์กิ้งของ บล.ทิสโก้ และ บลจ.ทิสโก้ ที่บริการให้คำปรึกษาและซื้อขายกองทุนหรือหุ้นที่มีให้บริการอยู่แล้วในปัจจุบัน
อย่างไรก็ดี เมื่อนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ทำให้ไม่จำเป็นต้องเพิ่มพนักงานมากนัก ขณะนี้ธนาคารมีพนักงานประมาณ 4,000 คน คาดว่าจะทรงตัวหรือลดลงเล็กน้อย ส่วนสาขาจะเพิ่มขึ้นอีกจาก 57 สาขา แต่คงไม่ถึง 100 สาขา ขณะที่สาขาสมหวังเงินสั่งได้ จะเพิ่มจากปัจจุบันที่มี 120 สาขา เพราะสาขายังมีความจำเป็นในแง่การควบคุมคุณภาพบริการ ด้านโลจิสติกส์ รวมทั้งสร้างการรับรู้แบรนด์
สำหรับทิศทางสินเชื่อเช่าซื้อในช่วงที่เหลือของปีนี้ ยังทรงตัวตามยอดขายรถยนต์ในประเทศที่ปีนี้คาดว่าจะจบที่ 7.3 แสนคัน แต่ตลาดรถยนต์ได้ผ่านจุดต่ำสุดแล้ว และปี 2560 จะเริ่มดีขึ้นตามภาวะเศรษฐกิจและการจับจ่ายใช้สอยดีขึ้น คาดการณ์ยอดขายรถยนต์จะถึง 8 แสนคัน ส่งผลให้สินเชื่อเช่าซื้อกลับมาเติบโตเป็นบวกอย่างแข็งแกร่งภายใต้การดูแลคุณภาพสินเชื่ออย่างดีมาตลอด 2-3 ปีที่ผ่านมา







