posttoday
รับมือไตรมาสสุดท้าย

รับมือไตรมาสสุดท้าย

04 ตุลาคม 2559

โดย...ดร.ธนิต โสรัตน์

โดย...ดร.ธนิต โสรัตน์

เศรษฐกิจไทยเริ่มต้นเข้าสู่โค้งสุดท้ายของปี 2559 ท่ามกลางความชัดเจนด้านการเมืองหลังร่างรัฐธรรมนูญผ่านการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ทำให้ทิศทางการเมืองค่อนข้างชัดเจนว่าปีหน้าปลายปีคงได้เลือกตั้ง เป็นการเพิ่มดีกรีความเชื่อมั่นให้กับภาคเศรษฐกิจได้ในระดับหนึ่ง ซึ่งสอดคล้องกับภาพรวมเศรษฐกิจ 3 ไตรมาสที่ผ่านมา โดยจีดีพีขยายตัวได้ดีกว่าที่คาดจนมีการปรับตัวเลขว่าทั้งปีอาจขยายตัวได้ 3.2-3.5% แถมรัฐบาลยังคุยว่ายังมีเงินค้างท่ออีก 1 แสนล้านบาท พร้อมที่จะอัดฉีดเข้าไปกระตุ้นเศรษฐกิจ

อย่างไรก็ตาม ในช่วงที่ผ่านมาเศรษฐกิจของไทยมีทั้งที่เป็นบวกและลบ เห็นได้จากการส่งออกทั้งปีคงอยู่ในแดนติดลบ โดยกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ดูเหมือนว่าจะแฮปปี้กว่าหลายอุตสาหกรรม เพราะยอดขายรถ
ส่งออกในเดือน ส.ค. ขยายตัวถึง 40% ตัวเลขขายในประเทศขยายตัว 8.7% ขณะที่ยอดขายจักรยานยนต์ขยายตัวถึง 21% ตัวเลขนี้แสดงให้เห็นว่าทั้งคนเมืองและชนบทเริ่มมีความเชื่อมั่นด้านเศรษฐกิจ แต่ผลข้างเคียงตัวเลขหนี้ชาวบ้านคงสูงขึ้นตามยอดจัดไฟแนนซ์

คราวนี้ลองมาดูปัจจัยซึ่งแสดงถึงสัญญาณว่าเศรษฐกิจสิ้นปีจนไปถึงกลางปีหน้าอาจไม่ฟื้นตัวได้ง่ายๆ เช่น ตัวเลขการลงทุนเอกชนยังไม่ขยับ สะท้อนจากการนำเข้าเครื่องจักรติดลบต่อเนื่อง 3 ไตรมาส ด้านการก่อสร้างทั้งบ้านและโรงงานตั้งแต่ไตรมาส 2 และ 3 ติดลบอย่างต่อเนื่อง โดยในเดือนที่ผ่านมาถดถอยสูงถึง ลบ 5.5%

อยากให้ข้อสังเกตว่าจีดีพีที่โต แต่ทำไมตัวเลขการบริโภคยังอยู่ในช่วงซึม ไม่โตตามจีดีพี และที่ควรกังวลคือตัวเลขเงินเฟ้อทั่วไปในช่วง 8 เดือนที่ผ่านมาขยายตัวเฉลี่ยเพียง 0.3% เป็นอัตราต่ำต่อเนื่องมา 2-3 ปี ตรงนี้เป็นสัญญาณไม่ค่อยดี เพราะแสดงถึงประชาชนไม่ค่อยมีสตางค์ ทำให้การจับจ่ายใช้สอยค่อนข้างฝืด ขณะที่หน่วยงานรัฐซึ่งรับผิดชอบโทษว่าเกิดจากราคาน้ำมันเป็นต้นเหตุ ก็คงถูกส่วนหนึ่งแต่ราคาน้ำมันในปีที่แล้วปรับลดต่ำกว่าปีนี้ด้วยซ้ำ

อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจจากนี้ไปมีความเสี่ยงต่อตัวเลขหนี้ครัวเรือน โดย ณ สิ้นไตรมาส 2 อยู่ในเกณฑ์ค่อนข้างสูงและเป็นระดับต้นๆ ของเอเชีย เพราะการแก้ปัญหาเศรษฐกิจของรัฐที่ผ่านมา ส่วนใหญ่ใช้เครื่องมือด้านการเพิ่มหนี้ให้กับประชาชน ซึ่งอาจแก้ปัญหาได้ช่วงสั้นๆ แต่ที่ตามมาคือเงินที่หามาได้ต้องไปใช้หนี้ เมื่อเงินไม่พอใช้ก็ไปกู้เพิ่มหรือขอรับการช่วยเหลือจากมาตรการเพิ่มหนี้ หากสถานการณ์ยังเป็นแบบนี้ก็ยากที่จะให้การบริโภคกลับมาฟื้นตัว

นอกจากนี้ การที่จะหวังให้การส่งออกกลับมาขับเคลื่อนเศรษฐกิจคงต้องไปพิจารณาความเสี่ยงจากกรณีธนาคารใหญ่สุดของเยอรมนี และเป็นธนาคารลำดับที่ 11 ของโลกอยู่ในสภาวะง่อนแง่นจากสภาพคล่อง และอาจเป็นโดมิโนไปยังธนาคารต่างๆ ในยุโรป ซึ่งมีสภาพอ่อนแออยู่แล้ว ซึ่งจะกระทบต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก และแน่นอนว่าแรงกระเพื่อมย่อมส่งผลกระทบต่อประเทศไทย... เรื่องพวกนี้คิดไว้ก่อนก็ไม่เสียหายนะครับ !         

(สนใจรายละเอียดเพิ่มเติมดูได้ทางเว็บไซต์  www.tanitsorat.com หรือ www.facebook.com/tanit.sorat)

ข่าวล่าสุด

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค