
ทิสโก้มองน้ำมันขึ้นช่วงสั้น
ทิสโก้มองมติโอเปกหนุนน้ำมันขึ้นช่วงสั้น เตือน 2 ปัจจัยเสี่ยงกดราคาในระยะยาว
ทิสโก้มองมติโอเปกหนุนน้ำมันขึ้นช่วงสั้น เตือน 2 ปัจจัยเสี่ยงกดราคาในระยะยาว
นายคมศร ประกอบผล หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจและกลยุทธ์ทิสโก้ (TISCO ESU) เปิดเผยว่า การบรรลุข้อตกลงเบื้องต้นในการลดโควตาการผลิตน้ำมันของกลุ่มโอเปกลง 3.5% หรือ 1.2 ล้านบาร์เรล/วัน จากปัจจุบันอยู่ที่ 33.7 ล้านบาร์เรล/วัน มองว่าจะช่วยพยุงราคาน้ำมันในระยะสั้น คาดว่าราคาน้ำมัน WTI จะซื้อขายในกรอบ 40-50 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ในปีนี้
ทั้งนี้ ราคาน้ำมันปรับตัวขึ้นรับข้อตกลง โดย WTI และ Brent เพิ่มขึ้น 5.3% และ 5.9% เป็น 47.26 และ 48.94 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ตามลำดับ ซึ่งเป็นการบรรลุข้อตกลงครั้งแรกในรอบ 8 ปี โดยจะมีการหารือในรายละเอียดวันที่ 30 พ.ย.นี้
“การลดโควตาจะส่งผลต่อปัจจัยพื้นฐานของราคาน้ำมันในปีหน้าอย่างมีนัยสำคัญหากสามารถบังคับใช้ได้จริง โดยโควตาการผลิตใหม่จะส่งผลให้ตลาดเข้าสู่สมดุลได้เร็วขึ้นจากไตรมาส 2 ปี 2560 เป็นไตรมาสแรกปี 2560” นายคมศร กล่าว
อย่างไรก็ตาม มองว่าในระยะยาวราคาน้ำมันยังมีความไม่แน่นอนจาก 2 ปัจจัย คือ 1.ประเทศในกลุ่มโอเปกจะยอมลดปริมาณการผลิตหรือไม่ อดีตโควตาการผลิตไม่สามารถบังคับใช้ได้อย่างเคร่งครัด อีกทั้งหลายประเทศในกลุ่มโอเปกขาดดุลบัญชีเดินสะพัดอย่างหนัก อาจจูงใจให้แต่ละประเทศเร่งผลิตและส่งออกน้ำมันเพื่อลดขาดดุล
สำหรับปัจจัยที่ 2แนวโน้มการเพิ่มการผลิตน้ำมันจากสหรัฐจะกดดันไม่ให้ราคาน้ำมันเพิ่มขึ้นได้มากนัก เนื่องจากการลดโควตาอาจส่งผลให้การลงทุนขุดเจาะน้ำมันในสหรัฐกลับมาเร่งตัวขึ้นและทำให้ปริมาณการผลิตน้ำมันจากสหรัฐเพิ่มขึ้นมากกว่าคาดและช่วยชดเชยปริมาณน้ำมันที่ลดลงจากกลุ่มโอเปกได้บางส่วน
ทั้งนี้ จำนวนแท่นขุดเจาะน้ำมันในสหรัฐเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจากประมาณ 300 แท่น ในช่วงปลายเดือน มิ.ย. มาอยู่ที่ 418 แท่นในปัจจุบัน เพิ่มขึ้นกว่า 30% ตามราคาน้ำมันที่ฟื้นตัวขึ้นมายืนที่ระดับ 40-50 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล จากประมาณ 30 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ในไตรมาสแรกชี้ให้เห็นว่าเป็นระดับที่สูงพอที่จะทำให้ผู้ผลิตน้ำมันเชลออยย์ในสหรัฐกลับมามีกำไรและเริ่มกลับมาลงทุนขุดเจาะน้ำมันเพิ่ม ทำให้ปริมาณการผลิตน้ำมันในสหรัฐ ซึ่งมักเคลื่อนไหวตามหลังจำนวนแท่นขุดเจาะน้ำมันอยู่ราว 3-4 เดือน มีแนวโน้มกลับมาเพิ่มขึ้นในไตรมาส 4







