posttoday
ไทยน๊อคซ์รู้งานเร่งอีไอเอเอชไอเอ

ไทยน๊อคซ์รู้งานเร่งอีไอเอเอชไอเอ

23 สิงหาคม 2553

 โพสต์ทูเดย์ — “ไทยน๊อคซ์” หวังปลดล็อกโครงการมาบตาพุด เดินหน้าทำอีไอเอเอชไอเอล่วงหน้า

นายชุษณะ วีระพันธุ์ ผู้อำนวยการโรงงาน บริษัท ไทยน๊อคซ์ สเตนเลส เปิดเผยว่า ขณะนี้บริษัทได้จัดทำรายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) และผลกระทบด้านสุขภาพ (เอชไอเอ) ของโครงการผลิตเหล็กแผ่นไร้สนิมรีดเย็นระยะที่ 3 จ.ระยอง ไปแล้ว

อย่างไรก็ดี โครงการดังกล่าวยังถูกคำสั่งศาลปกครองระงับกิจการชั่วคราว เนื่องจากอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด และยังรอการประกาศประเภทกิจการรุนแรงอย่างเป็นทางการ แต่เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและถูกต้องตามกฎหมาย ไทยน๊อคซ์ฯ จึงดำเนินการจัดทำประชาพิจารณ์ร่วมกับภาคประชาชน ชุมชน หน่วยงานภาครัฐใน จ.ระยอง ตลอดจนผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอย่างกว้างขวาง ครอบคลุมพื้นที่ทั้งระยะใกล้โรงงานและพื้นที่โดยรอบให้ครอบคลุมทั้งหมด 3 อำเภอหลัก รวม 21 ชุมชน ในเขตอ.บ้านค่าย อ.นิคมพัฒนา และอ.เมือง และกำลังสรุปผลขั้นสุดท้ายเพื่อนำไปเผยแพร่ต่อสาธารณชนอีกครั้งในเดือนต.ค.นี้ จากนั้นจะนำเสนอรายงานต่อสำนักนโยบายและแผนทรัพยากรแห่งชาติ (สผ.) ต่อไป

การทำอีไอเอและเอชไอเอได้เปิดประชาพิจารณ์ โดยประชาชนที่เข้าร่วมส่วนใหญ่มีข้อเสนอแนะการอยู่ร่วมกันระหว่างโรงงานและชุมชน ที่มุ่งเน้นการดูแลและส่งเสริมกิจกรรมด้านสุขภาพแก่ประชาชน และมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบด้านการระบายมวลสารของโรงงานต่อสุขภาพ

ด้านสิ่งแวดล้อมมุ่งเน้นการเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการติดตามตรวจสอบและการสังเกตการณ์ในการปฏิบัติตามมาตรการติดตามตรวจวัดคุณภาพสิ่งแวดล้อมของโรงงาน เป็นต้น

การจัดหาแนวทางการลดผลกระทบเพื่อให้ชุมชนสามารถอยู่ร่วมกับโรงงานได้ และการจัดกิจกรรมต่างๆกับชุมชนและหมู่บ้านอย่างต่อเนื่องในขณะที่ผลกระทบด้านสุขภาพ เน้นการส่งเสริมสุขภาพแก่ประชาชนโดยรอบพื้นที่โครงการ เช่น การจัดหาเครื่องออกกำลังกายให้กับชุมชน เป็นต้น

“การจัดทำประชาพิจารณ์นั้น ได้ดำเนินการมาแล้ว 67 ครั้ง ทั้งกลุ่มย่อยและกลุ่มใหญ่ เพื่อให้ได้ข้อสรุปที่ชัดเจน ซึ่งส่วนใหญ่เห็นด้วยกับแนวทางตามข้อเสนอของบริษัท ฯ นอกจากนี้ยังเห็นว่าเป็นโครงการที่จะช่วยส่งเสริมการแจ้งแรงงานให้แก่ชุมชน ตลอดจนช่วยลดการนำเข้าสเตนเลสจากต่างประเทศด้วย” นายชุษณะ กล่าว

โครงการขยายกำลังการผลิตเหล็กแผ่นไร้สนิมรีดเย็นเพื่อรองรับการขยายกำลังการผลิตเพิ่มขึ้นจาก 2 แสนตัน/ปี เป็น 3 แสนตัน/ปี ใช้วัตถุดิบหลัก ได้แก่ เหล็กม้วนชนิดขาวและชนิดดำ ซึ่งการดำเนินงานในโครงการมีการควบคุมคุณภาพทุกขั้นตอน

โดยใช้เทคโนโลยีการผลิตที่สะอาด มีการใช้เชื้อเพลิงสะอาด และใช้สารละลายกรดที่มีความเข้มข้นต่ำ ซึ่งจะไม่มีการระบายอากาศเสียจากกระบวนการผลิตเพิ่มเติม เมื่อแล้วเสร็จจะสามารถตอบสนองความต้องการใช้งานสเตนเลสในประเทศอันเนื่องจากการพัฒนาสาธารณูปโภคพื้นฐาน เช่น รถไฟฟ้า การเติบโตของที่อยู่อาศัย และการมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของประชาชน ตลอดจนการขยายตัวของตลาดใหม่ ซึ่งไทยน๊อคซ์มีส่วนแบ่งตลาดในประเทศสูงสุดและส่งออกไปยังกว่า 40 ประเทศทั่วโลก

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน