
ไทยเบฟขยายนันแอลฯ
ปั้น ‘ร็อคเมาท์เท่น’ ชูภาพพรีเมียมเขย่าตลาดโซดาสิงห์
ปั้น ‘ร็อคเมาท์เท่น’ ชูภาพพรีเมียมเขย่าตลาดโซดาสิงห์
ไทยเบฟเร่งขยายพอร์ตนันแอลกอฮอล์ ปั้นร็อคเมาท์เท่นลงตลาดโซดาขย่มบัลลังก์สิงห์
นายโฆษิต สุขสิงห์ รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายกลุ่มผลิตภัณฑ์ช้าง เปิดเผยว่า บริษัทมีแผนที่จะขยายกลุ่มธุรกิจนันแอลกอฮอล์เพิ่มจาก 40% เป็น 50% ในปี 2563 จึงได้แตกไลน์สินค้าเข้ามาเสริมในพอร์ตโฟลิโอในกลุ่มโซดา ด้วยการเปิดตัวแบรนด์ใหม่ ร็อคเมาท์เท่น สินค้าภาพลักษณ์พรีเมียมแต่ราคาเท่ากับคู่แข่ง คือ ขนาด 325 มล. ราคา 9 บาท
ทั้งนี้ ร็อคเมาท์เท่น เป็นโซดาที่ออกมาทำตลาดภายใต้คอนเซ็ปต์ผสมกับสุราโดยเฉพาะ เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคมากกว่าแค่ความซ่าอย่างเดียว ซึ่งโซดาสิงห์มีจุดแข็งในเรื่องดังกล่าว ส่งผลให้มีส่วนแบ่ง 90% ในขณะที่ช้างมีส่วนแบ่งน้อยกว่า 5% จากตลาดโซดามูลค่า 5,000 ล้านบาท โดยขณะนี้ได้เริ่มวางจำหน่ายสินค้าดังกล่าวแล้วในช่องทางออนพรีมิส เช่น ผับ บาร์ และออฟพรีมิส เช่น ไฮเปอร์มาร์เก็ต และร้านสะดวกซื้อ
“ก่อนเปิดตัวบริษัทได้ศึกษาพฤติกรรมของผู้บริโภค ทำให้พบว่าการดื่มสุราสีไทยต้องผสมกับโซดา แต่กลับไปซื้อโซดาของคู่แข่ง ซึ่งในกลุ่มเหล้าของเครือเจริญถือว่ามีความแข็งแกร่งครองตลาดแบบเบ็ดเสร็จ ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มเหล้าสี มีด้วยกันหลายแบรนด์ เช่น แม่โขง แสงโสม มังกรทอง หรือกระทั่งเบลนด์ 285 หวังว่าด้วยจุดแข็งของโซดาร็อคเมาท์เท่น จะผลักดันให้ไทยเบฟเวอเรจมีส่วนแบ่งโซดามากกว่า 5%” นายโฆษิต กล่าว
นายวิเชฐ ตันติวานิช ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ กล่าวว่า นอกจากการขยายธุรกิจใหม่ๆ เพื่อทำธุรกิจองค์กรให้มีขยายที่ใหญ่ขึ้น หรือมีมูลค่าทางธุรกิจอยู่ที่ 5.88 แสนล้านบาท ขึ้นจากอันดับที่ 9 เป็นอันดับ 7 จากการจัดอันดับในตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์ บริษัทยังเดินหน้าสร้างความยั่งยืนให้กับธุรกิจ โดยหวังว่าปีหน้าจะได้ขึ้นอันดับในดัชนีความยั่งยืนระดับโลก หรือในกลุ่ม DJSI World เทียบเท่ากับบริษัทในไทยอย่าง ปตท. และปูนซีเมนต์
“ในแต่ละปีไทยเบฟใช้งบมากกว่า 1,000 ล้านบาท สำหรับการดำเนินธุรกิจรับผิดชอบต่อสังคม หรือซีเอสอาร์ หากจะก้าวสู่ดัชนีความยั่งยืนระดับโลกกลุ่ม DJSI World ไทยเบฟต้องปรับการทำธุรกิจเพื่อสังคมให้สามารถวัดเป็นมูลค่าออกมาให้ได้” นายวิเชฐ กล่าว







