posttoday
ท่องเที่ยวทำเก๋ ขอตั้งแบงก์เอง

ท่องเที่ยวทำเก๋ ขอตั้งแบงก์เอง

23 สิงหาคม 2553

โพสต์ทูเดย์ — สมาคมโรงแรมวอนรัฐ ตั้งธนาคารท่องเที่ยว อัดฉีดเงินกู้ ดอกเบี้ยต่ำ วงเงินกู้ยาว กอบกู้วิกฤตโรงแรมใหญ่เล็ก

นายศักรินทร์ ช่อไสว ผู้อำนวยการสมาคมโรงแรม เปิดเผยว่า มีแนวคิดจะเสนอรัฐขอจัดตั้งธนาคารเพื่อการท่องเที่ยว โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือด้านการเงินให้กับภาคท่องเที่ยวโดยเฉพาะ เพราะภาคท่องเที่ยวเป็นภาคที่สำคัญกับประเทศ สร้างรายได้เป็นอันดับ 12 ของประเทศ

แต่อ่อนไหวกับความเชื่อมั่น จึงมองว่าดังนั้น ภาครัฐควรจะแบ่งเงินภาษีมาสัก 12% จากภาษีของภาคการท่องเที่ยวนำส่งทั้งหมดประมาณ 1 แสนล้านบาท ก็จะได้เงินมากว่า 1,000 ล้านบาท นำไปตั้งธนาคารได้ โดยข้อเสนอนี้จะเสนอต่อนายกสมาคมโรงแรมไทยในวันที่ 18 ก.ย.นี้ ให้นำเสนอต่อรัฐบาลเพื่อเห็นชอบต่อไป

สำหรับขอบเขตหน้าที่ของธนาคารจะให้ความช่วยเหลือด้านการเงินให้แก่ผู้ประกอบการการท่องเที่ยว เช่น โรงแรม ในอัตราดอกเบี้ยต่ำกว่าตลาด และวงเงินกู้ยาวมากขึ้นกว่าปกติที่ธนาคารจะให้กู้เพียง 710 ปี ซึ่งเป็นระยะเวลาที่สั้นเกินไป กรณีประเทศอังกฤษให้โรงแรมกู้ถึง 30 ปี การมีธนาคารจะเป็นการเปิดโอกาสให้เถ้าแก่น้อยที่มีโครงการดีๆ ได้ก่อตั้งกิจการ

ด้านการบริการจัดการความเสี่ยงจะเหมือนกับธนาคารพาณิชย์ทั่วไป โดยมีคณะกรรมการขึ้นมากรองคำขอสินเชื่อ ซึ่งการเป็นธนาคารของรัฐก็จะทำให้ได้รายได้จากกลุ่มท่องเที่ยวด้วย

รัฐบาลมองว่าโรงแรมใหญ่รวยแล้ว ไม่ช่วยโรงแรมเล็ก ไม่เข้าไปดูข้างในบ้างล่ะ ว่าเขามีหนี้เท่าไหร่ ช่วงที่ผ่านมา “เวลาเกิดปัญหากับภาคท่องเที่ยว โรงแรมขนาดเล็กที่เป็นเอสเอ็มอีได้รับความช่วยเหลือ แต่แตกต่างจากรายใหญ่ที่ไม่ค่อยได้รับความช่วยเหลือเพราะเป็นกิจการขนาดใหญ่ทั้งที่มีปัญหาเหมือนกัน รัฐบาลไม่กล้าให้โรงแรมใหญ่ เพราะโรงแรมใหญ่ใช้เงินเยอะ ถ้ามีธนาคารเฉพาะเข้ามาดูแล ก็จะสามารถช่วยผู้ประกอบการส่วนนี้ได้” คุณมองแต่นายศักรินทร์ กล่าว

 

น.ส.วิไลพร ลิ่วเกษมศานต์ ผู้อำนวยการสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ควรจะหันมาดูธนาคารในระบบก่อน หากติดปัญหาต้องการความช่วยเหลือก็เข้าไปคุยกันก่อน เช่น ไปคุยกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สมาคมธนาคารไทย เพราะปกติกลุ่มนี้ก็เป็นลูกค้าธนาคารอยู่แล้ว ดังนั้นควรใช้กลไกที่มีอยู่ให้เป็นประโยชน์ก่อน

ทางด้านการตั้งธนาคารหรือกองทุนเพื่อช่วยเหลือภาคการท่องเที่ยว จริงอยู่ภาคนี้สำคัญ เรื่องงบเรื่องเงินสำคัญแต่ไม่ใช่ทั้งหมด แต่ที่สำคัญควรพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวและบุคลากรให้มีความรู้ เพราะตอนนี้เรามีปัญหา มีมีนักท่องเที่ยวเข้มา แต่หาคนพูดภาษาอังกฤษได้น้อย จึงควรส่งเสริมศักยภาพด้านบุคลากรก่อน

“รัฐบาลพร้อมพูดกับสมาคมธนาคารไทยให้ว่าติดขัดกติกาตรงไหน แต่ปัญหาคือฝ่ายเอกชนไม่ให้ข้อมูล อย่างนี้จะให้รัฐบาลช่วยอย่างไร เรื่องการท่องเที่ยวเรายืนยันว่าต้องได้รับการสนับสนุนอย่างจริงจัง แต่ต้องมีเป้าหมายในการพัฒนาศักยภาพการท่องเที่ยวทั้งระบบ ไม่ใช่ส่วนใดส่วนหนึ่ง” น.ส.วิไลพร กล่าว

น.ส.วิไลพร กล่าวว่า การชุมนุมของกลุ่ม นปช. ที่ราชประสงค์อีกครั้งวันที่ 19 ก.ย.นี้ จะไม่ทำให้ตัวเลขนักท่องเที่ยวพลาดเป้าที่ตั้งไว้ 15 ล้านคน เพราะเหลืออีกแค่ 2 เดือนเท่านั้น อีกทั้งยอดจองเข้าพักเต็มแล้วถึงปลายปีนี้ และเครื่องบินเช่าเหมาลำเข้ามาภูเก็ต กระบี่ และพังงา เข้ามาวันละ 1030 เที่ยว รวมทั้งสายการบินต้นทุนต่ำ ทำให้คนเข้ามาเที่ยวได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจากยุโรปและสหรัฐ อย่างไรก็ดีหากมีการปิดสถานที่อีกอาจกระทบต่อความเชื่อมั่นได้

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน