
งง!สูตรแช่แข็งหุ้น
นักวิเคราะห์หัวหมุน หาสูตรคำนวณหุ้นถูกแช่แข็งกันจ้าละหวั่น TRUE-TRC หนีไม่พ้น
นักวิเคราะห์หัวหมุน หาสูตรคำนวณหุ้นถูกแช่แข็งกันจ้าละหวั่น TRUE-TRC หนีไม่พ้น
เจ้าหน้าที่การตลาด (มาร์เก็ตติง) เปิดเผยว่า ในช่วง 1-2 วันที่ผ่านมา นักลงทุนไม่กล้าเข้าไปซื้อหุ้นบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น (TRUE) และบริษัท จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล (JAS) มากนัก เพราะกลัวว่าความร้อนแรงของหุ้นที่ผ่านมาจะเข้าเกณฑ์วางเงินสด 100% ก่อนสั่งซื้อหุ้น (แคชบาลานซ์) ส่งผลให้ราคาขยับขึ้นได้น้อยกว่าตลาดโดยรวม
อย่างไรก็ตาม วันที่ 20 ส.ค.ที่ผ่านมา โดยเฉพาะช่วงบ่ายได้มีแรงไล่ซื้อหุ้นทั้งสองบริษัทจนทำให้ราคาหุ้นปรับตัวขึ้นแรงท่ามกลางมูลค่าการซื้อขายหนาแน่น หลังมีบทวิเคราะห์ของบริษัทหลักทรัพย์หลายแห่งออกมา และมีความคิดเห็นที่แตกต่างกัน เช่น TRUE และ JAS ไม่ถูกแคชบาลานซ์ หรือ TRUE ถูกแช่แข็งแห่งเดียว
“นักวิเคราะห์มีความเห็นไม่ตรงกัน เหตุผลหนึ่งเป็นเพราะเกณฑ์แคชบาลานซ์มีหลักกว้างๆ ชัดเจน เช่น จะต้องเข้าเกณฑ์ที่กำหนดทั้ง 3 ข้อ แต่หากลงรายละเอียดแล้วต้องอาศัยการตีความของผู้ออกกฎ จึงต้องขอข้อมูลจากสำนักคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) มาช่วยเฉลยคำตอบ” แหล่งข่าวเปิดเผย
ทั้งนี้ ก.ล.ต.คำนวณค่าฟรีโฟลตและหุ้นเข้าเกณฑ์เทิร์น โอเวอร์ลิสต์ โดยใช้ข้อมูลของวันพฤหัสบดีหรือวันก่อนหน้าที่จะประกาศในวันศุกร์ ซึ่งหุ้นต้องเข้าหลักเกณฑ์ทั้ง 3 ข้อคือ 1.จะต้องมีปริมาณการซื้อขายหมุนเวียน (Turnover Ratio) มากกว่าหรือเท่ากับ 50% ของจำนวนหุ้นทั้งหมด 2.สัดส่วนราคาต่อกำไรต่อหุ้น (พี/อี) มากกว่าหรือเท่ากับ 50 เท่า หรือบริษัทมีผลการดำเนินงานขาดทุน และ 3.มีมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันมากกว่าหรือเท่ากับ 100 ล้านบาท
แต่ก็เกิดคำถามขึ้นมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด หรือมาร์เก็ตแคปที่ใช้ในสูตรคำนวณพี/อีนั้นรายละเอียดจะคิดเฉพาะหุ้นสามัญหรือหุ้นอื่นๆ ด้วย เพราะ TRUE ได้ออกหุ้นบุริมสิทธิอยู่ 699 ล้านหุ้น และ JAS มีหุ้นซื้อคืนอยู่จำนวนหนึ่ง
ก.ล.ต. เฉลยออกมาว่า จำนวนหุ้นจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ต้องประกอบด้วยหุ้นสามัญ+หุ้นบุริมสิทธิ หักด้วยหุ้นที่ซื้อคืน (Treasury Stock) และคูณด้วยราคาปิดของวันที่ 19 ส.ค. จึงทำให้หุ้น TRUE เข้าเกณฑ์เทิร์น โอเวอร์ลิสต์ และถูกแคชบาลานซ์ตามมา
สำหรับ JAS รอดพ้นเกณฑ์นี้มาได้เพราะมีจำนวนหุ้นที่ซื้อคืนมาช่วยหักออกไป และราคาหุ้นของวันที่ 19 ส.ค. ปิดไม่ถึง 1.45 บาท
นอกจากนี้ เหตุผลที่จูงใจให้นักลงทุนไล่ซื้อหุ้น TRUE หนาตาในช่วงบ่าย เกิดจากการเก็งกำไรเรื่อง นายศุภชัย เจียรวนนท์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ และประธานคณะผู้บริหาร TRUE ให้สัมภาษณ์ว่า บริษัทอาจจะพิจารณาเปิดทางให้พันธมิตรต่างชาติเข้ามาถือหุ้นในบริษัท ทรูมูฟ ถึงระดับ 25% หากได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจ 3จี แต่จะเข้ามาถือหุ้นในสัดส่วนใดยังต้องพิจารณาถึงความต้องการใช้เงินลงทุนอีกครั้ง
ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) กำหนดให้นักลงทุนที่จะซื้อหุ้น TRUE และบริษัท ทีอาร์ซี คอนสตรัคชั่น (TRC) ตั้งแต่วันที่ 23 ส.ค-10 ก.ย. 2553 ต้องวางเงินสด 100% ก่อนสั่งซื้อหุ้น
ด้านการซื้อขายหุ้นในวันสุดท้ายของสัปดาห์ ตลาดหุ้นทั่วภูมิภาคอ่อนตัวลง ยกเว้น อินโดนีเซียและไทย ที่ดัชนีปิดที่ 893.92 จุด บวก 2.69 จุด โดยต่างชาติซื้ออีก 1,870 ล้านบาท
นายวิเชฐ ตันติวานิช รองผู้จัดการ ตลท. กล่าวว่า สาเหตุที่นักลงทุนต่างชาติกลับมาซื้อหุ้นไทย ส่วนหนึ่งเป็นผลจากการไปโรดโชว์ ลอนดอน ประเทศอังกฤษ เมื่อกว่า 1 เดือนที่ผ่านมา เพราะผลกำไรของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ในไตรมาส 2 ที่ออกมาดีมาก แม้มีเหตุการณ์ทางการเมืองเป็นการตอกย้ำข้อมูลที่นำเสนอว่าภาคธุรกิจไม่ได้พึ่งพารัฐบาล ทำให้เอกชนอยู่ได้แม้ประเทศจะมีปัญหาการเมือง รวมถึงเศรษฐกิจปีนี้จะขยายตัวได้ 5% เพราะการส่งออกขยายตัวสูง
นายวิเชฐ กล่าวต่อว่า ผลของการที่ดัชนีหุ้นไทยขึ้นแรงอาจมีผลต่อการคำนวณน้ำหนักในดัชนีเอ็มเอสซีไอในครั้งต่อไป
นายนำศักดิ์ วรรณวิสูตร ผู้อำนวยการฝ่ายการเงินและบัญชี บริษัท จัดการและพัฒนาทรัพยากรน้ำภาคตะวันออก (EASTW) กล่าวว่า ปี 2554 บริษัทจะสามารถเติบโตในตัวเลข 2 หลักได้ต่อเนื่องหลังจากปีนี้ปริมาณการใช้น้ำสูงเป็นประวัติการณ์ คาดว่าทั้งปีอยู่ที่ 251 ล้านลูกบาศก์เมตร เพิ่มขึ้น 15% จากปีก่อน ซึ่งเทียบกับหลายปีก่อนบริษัทเติบโตเฉลี่ยเพียง 7-8%







