
จับจ้องที่การประชุม FOMC
โดย...บล.กสิกรไทย
โดย...บล.กสิกรไทย
สัปดาห์นี้เหตุการณ์ที่น่าติดตามที่สุดคือการประชุมของคณะกรรมการนโยบายการเงินธนาคารกลางสหรัฐ หรือ FOMC Meeting ในวันที่ 20-21 ก.ย. 2559
กระแสเงินในตลาดมุ่งหน้าเข้าเก็งกำไรใน US Dollar มากขึ้นจนทำให้ดีดกลับมาที่ 95.58 โดย Net Long none-commercial position ใน US Commodity futures trading commission ล่าสุดอยู่ที่ 1.69 หมื่น สัญญาเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากสิ้นเดือน ส.ค. 2559 กว่า 13%
ภาพของการเก็งกำไรใน US Dollar พุ่งสูงขึ้น สะท้อนว่าตลาดเริ่มให้น้ำหนักต่อการขึ้นดอกเบี้ยของ Fed มากขึ้นเรื่อยๆ อย่างไรก็ตาม Fed Fund Futures ยังให้ความน่าจะเป็นในการขึ้นดอกเบี้ยเดือน ก.ย. อยู่ในระดับต่ำเพียง 22% เท่ากับว่าตลาดให้โอกาสที่จะไม่ขึ้นดอกเบี้ยสูงถึง 78% ซึ่งบ่งบอกว่าตลาดยังอยู่ในสภาวะที่ผ่อนคลายต่อประเด็นเรื่องดอกเบี้ยค่อนข้างมาก ถือเป็นสิ่งที่ต้องระมัดระวัง เพราะหาก Fed ทำ Surprise ขึ้นดอกเบี้ย จะเป็นการ Shock ตลาดรุนแรง
ทั้งนี้ สัญญาณที่น่าจับตามองก็คือการออกมาให้ความคิดเห็นของ กรรมการและประธาน Fed ที่มีสิทธิโหวต แต่ละท่าน แม้ว่าวานนี้ คุณ Lael Brainard หนึ่งในคณะกรรมการ Fed ที่มีสิทธิโหวต จะออกมาออกมาสนับสนุนให้ Fed ชะลอการขึ้นดอกเบี้ย แต่ก็เป็นเพียง 1 คน ที่มีความคิดเห็นสวนทางกับกรรมการ Fed ที่มีสิทธิโหวต 5 คนก่อนหน้า ที่คิดว่า Fed ควรจะขึ้นดอกเบี้ย
หาก Fed ขึ้นดอกเบี้ย เชื่อว่าจะทำให้ตลาดเงิน ตลาดทุน และตลาดพันธบัตร มีความผันผวนมากขึ้น US Dollar แข็ง สวนทางกับการอ่อนค่าของสกุลอื่นๆ โดยเฉพาะเงินบาทยังมีโอกาสอ่อนค่าต่อเนื่อง ยิ่งช่วงใกล้การประชุม FOMC วันที่ 20-21 ก.ย. 2559 ตลาดจะทวีความกังวลเกี่ยวกับการขึ้นดอกเบี้ยของ Fed และทำให้เกิดการซื้อ US Dollar เพื่อเก็งกำไรมากขึ้น ซึ่งการอ่อนค่าของเงินบาท จะเป็นปัจจัยเสี่ยงที่จะทำให้เกิดการไหลออกของ Fund Flow ได้ ทั้งออกจากตราสารหนี้ (นักลงทุนต่างประเทศเข้าซื้อตราสารหนี้ตั้งแต่ต้นปีมากว่า 3.5 แสนล้านบาท เป็นระยะสั้นต่ำกว่า 1 ปี 3.2 แสนล้านบาท) และการออกจากตลาดทุน โดยปัจจุบันนักลงทุนต่างประเทศมีกำไร Fx Gain อยู่ประมาณ 2.2% ด้วยแนวโน้มการแข็งค่าของ US Dollar ต่างชาติจึงมีโอกาสที่จะ Take Profit เงินบาทสูง
เพราะแม้ตลาดจะมีแรงขับเคลื่อนจากนักลงทุนต่างประเทศที่เข้าซื้อสุทธิต่อเนื่อง แต่กลับขายสุทธิประเทศอื่นๆในภูมิภาค ทั้งขายในอินโดนีเซียกว่า 63.55 ล้านเหรียญสหรัฐ (ขาย 5 วันติดต่อกัน 199 ล้านเหรียญสหรัฐ) และฟิลิปปินส์ 33.71 ล้านเหรียญสหรัฐ (ขาย 15 วันติดต่อกันสะสม 448 ล้านเหรียญสหรัฐ) เท่ากับว่าความเสี่ยงที่จะเห็น Fund Flow ไหลออกจากกลุ่ม Emerging Market ยังคงมีอยู่ โดยคาดว่าปัจจัยสำคัญคือการประชุม FOMC ในวันที่ 20-21 ก.ย. 2559 หาก Fed ตัดสินใจขึ้นดอกเบี้ย จะยิ่งทำให้กระแสเงินไหลเข้าเก็งกำไร US Dollar และไหลเข้ากลุ่มประเทศ Developed Market มากขึ้น ซึ่งจะเป็นตัวบีบให้นักลงทุนต่างประเทศต้องพลิกกลับมาขายตัดขาดทุนในตลาดหุ้นไทยได้
อีกสัญญาณที่ขัดแย้งกับภาพการซื้อของนักลงทุนต่างประเทศ คือการที่ต่างชาติเปิด Short ใน SET50 Futures 6,500 สัญญา และทำให้ตั้งแต่ต้นเดือน ก.ย. ต่างชาติ Short สุทธิไปกว่า 1.8 หมื่นสัญญา ขณะที่สถานะคงค้างรวมในตลาดไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญมากนัก (ต่างชาติเริ่ม Short ต่อเนื่องตั้งแต่ต้นเดือน ส.ค.-ปัจจุบันสะสมไว้กว่า 3.8 หมื่นสัญญา และสถานะคงค้างมีการปรับพุ่งขึ้น 3 หมื่นสัญญาจาก 3.15 แสนเป็น 3.45 แสนสัญญา บ่งบอกว่าต่างชาติมีการเปิดสถานะ Short ในซีรีย์ไกลมากขึ้น ซึ่งอาจเป็นเพราะมีมุมมองเชิงลบในระยะยาว หรือการทำ Hedging จากที่เปิด Long ไว้ก่อนหน้าเป็นจำนวนมาก ทั้งนี้นักลงทุนต่างประเทศยังเหลือยอด Long สะสมตั้งแต่ต้นปี-ปัจจุบันกว่า 1.1 แสนสัญญา)







