posttoday
มาตรวัดการบริหารความมั่งคั่ง

มาตรวัดการบริหารความมั่งคั่ง

07 กันยายน 2559

สวัสดีครับท่านผู้อ่านที่รักทุกๆ ท่าน ในช่วงที่ตลาดเงินตลาดทุนเคลื่อนไหวแบบไร้ทิศทางในช่วงนี้อาจทำให้ท่านผู้อ่านหลายๆ คนรู้สึกอึดอัดกันบ้าง แต่ถ้าเรายังยึดมั่นกับแผนการลงทุนที่ได้วางเอาไว้ทั้งในด้านของการกระจายตัวของสินทรัพย์ที่ได้วางแผนเอาไว้ รวมถึงการลงทุนอย่างสม่ำเสมอตามแผนที่กำหนด ก็จะทำให้เราคลายความอึดอัดได้บ้าง หรือขอให้เราถอยหลังสักสองก้าวจากตัวเลขเศรษฐกิจหรือตลาดเงินตลาดทุนก็จะทำให้รู้สึกสบายใจขึ้น อย่างน้อยเงินของเราก็ได้ทำงานให้กับเราเป็นอย่างดีมาตั้งแต่ต้นปี

สวัสดีครับท่านผู้อ่านที่รักทุกๆ ท่าน ในช่วงที่ตลาดเงินตลาดทุนเคลื่อนไหวแบบไร้ทิศทางในช่วงนี้อาจทำให้ท่านผู้อ่านหลายๆ คนรู้สึกอึดอัดกันบ้าง แต่ถ้าเรายังยึดมั่นกับแผนการลงทุนที่ได้วางเอาไว้ทั้งในด้านของการกระจายตัวของสินทรัพย์ที่ได้วางแผนเอาไว้ รวมถึงการลงทุนอย่างสม่ำเสมอตามแผนที่กำหนด ก็จะทำให้เราคลายความอึดอัดได้บ้าง หรือขอให้เราถอยหลังสักสองก้าวจากตัวเลขเศรษฐกิจหรือตลาดเงินตลาดทุนก็จะทำให้รู้สึกสบายใจขึ้น อย่างน้อยเงินของเราก็ได้ทำงานให้กับเราเป็นอย่างดีมาตั้งแต่ต้นปี

วันนี้ผมอยากพูดถึงเรื่องของการใช้มาตรวัดประสิทธิผลของการบริหารจัดการความมั่งคั่ง หรืออธิบายง่ายๆ คือ ตัวชี้วัดว่าพอร์ตการลงทุนของเราที่เราได้บริหารจัดการมามีผลการดำเนินงานที่ดีมากน้อยเพียงใด คำตอบที่ได้ก็คือ 1) พอร์ตความมั่งคั่งของเรายังอยู่ในเกณฑ์ที่ตั้งไว้ หรือ 2) ดีกว่าที่ตั้งไว้ หรือ 3) แย่กว่าที่ตั้งเอาไว้ เพื่อที่จะทำให้เราสามารถประเมินสถานการณ์และมองหาข้อผิดพลาดจากสิ่งที่เกิดขึ้นไปแล้ว และสามารถหาแนวทางในการดำเนินการแก้ไขเพื่อที่จะทำให้พอร์ตความมั่งคั่งของเราสามารถกลับมาสู่เป้าหมายที่เราได้ตั้งเอาไว้

สิ่งแรกที่เราต้องทำเพื่อสร้างมาตรวัดดังกล่าว เราต้องเข้าใจถึงตัวแปรที่ส่งผลกระทบต่อแผนการบริหารความมั่งคั่งของเราซึ่งได้แก่ 1) เงินตั้งต้น2) จำนวนเงินเป้าหมาย 3) ระยะเวลาการลงทุน 4) ผลตอบแทนที่คาด 5) จำนวนเงินที่เราวางแผนจะลงทุนในแต่ละช่วงเวลา เช่น 1 หมื่นบาท ทุกๆ เดือน เมื่อเป็นสิ่งที่เราทราบตั้งแต่การสร้างแผนการลงทุนเพื่อให้เงินของเราเติบโตและบรรลุวัตถุประสงค์ แต่ในความเป็นจริงนั้นสิ่งที่เราทำจริงอาจคลาดเคลื่อนหรือผิดไปจากที่เราได้วางแผนเอาไว้เช่น 1) ผลตอบแทนของกองทุน อาจไม่เป็นไปตามคาด (นั่นก็คือความเสี่ยงจากการลงทุน) หรือ 2) เราไม่ได้ลงทุนในจำนวนเงินที่เรากำหนด เช่นบางเดือนเราลืมลงทุนไป 3) สัดส่วนการกระจายตัวของสินทรัพย์ของพอร์ตเราผิดจากพอร์ตเป้าหมายตามแผนที่กำหนด ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนส่งผลให้พอร์ตความมั่งคั่งในทุกๆ ขณะของเราเบี่ยงเบนออกจากเป้าหมายได้

ดังนั้น การสร้างมาตรวัดเพื่อเป็นตัวเปรียบเทียบกับพอร์ตจริงที่เกิดขึ้นจึงมีความสำคัญไม่น้อยไปกว่าการลงทุนจริงๆ การสร้างมาตรวัดดังกล่าวท่านผู้อ่านอาจสร้างได้ในรูปแบบง่าย เช่น การหาจุดเริ่มต้นและเป้าหมายของจำนวนเงินที่เราตั้งใจจะไปให้ถึงตามจำนวนปีหรือระยะเวลาที่เรากำหนด หลังจากนั้น ให้เราลากเส้นตรงเชื่อมสองจุดดังกล่าวเพื่อสร้างเส้นเปรียบเทียบ (Benchmark) และในทุกๆ 3 เดือน หรือทุกๆ ปีเราก็นำตัวเลขความมั่งคั่งของเรามาอยู่ในกราฟดังกล่าวเพื่อเปรียบเทียบผลการดำเนินงานของพอร์ตความมั่งคั่งของเรากับเส้นเปรียบเทียบดังกล่าวเพื่อจะเราจะได้รู้ว่าพอร์ตของเราที่ได้ลงทุนมายังอยู่ในเกณฑ์ดีกว่าหรือแย่กว่าเกณฑ์ แล้วหาสาเหตุและแนวทางแก้ไข

ซึ่งการสร้างเส้นตรงดังกล่าวเป็นการสร้างแบบง่ายแต่ในความเป็นจริงผลตอบแทนของการลงทุนจะมีการทบต้นดังนั้นหากท่านผู้อ่านต้องการที่จะสร้างตัวชี้วัดเพื่อให้ใกล้เคียงกับความเป็นจริงมากขึ้น เราต้องสร้างกราฟการลงทุนที่ได้มาจากเงินลงทุนเริ่มต้นและเงินลงทุนในแต่ละเดือน และผลตอบแทนจากการลงทุนตามเป้าหมายที่ได้กำหนดไว้ ซึ่งเส้นกราฟที่ได้จะไม่เป็นเส้นตรงแต่จะเป็นเส้นโค้งซึ่งสะท้อนถึงผลตอบแทนจากการทบต้น ซึ่งการใช้เส้นกราฟที่ละเอียดขึ้นจะช่วยให้เราสามารถวิเคราะห์ถึงสาเหตุจากการที่พอร์ตการลงทุนจริงของเราเบี่ยงไปจากเป้าหมายได้ดีขึ้น เช่น จากการที่ผลตอบแทนจากการลงทุนจริงนั้นน้อยกว่าที่เราตั้งใจไว้ เป็นต้น

ครับท้ายสุดนี้ผมหวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์ต่อท่านผู้อ่านในการนำไปบริหารจัดการความมั่งคั่งนะครับและก็ ขอให้ท่านผู้อ่านทุกๆ ท่านประสบความสำเร็จและโชคดีกับการลงทุนนะครับ

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน