posttoday
สิงคโปร์สร้างชาติ จากจุดแข็งและจุดอ่อน

สิงคโปร์สร้างชาติ จากจุดแข็งและจุดอ่อน

07 กันยายน 2559

ประเทศในอาเซียนที่เข้ากับหัวข้อ “เอาจุดอ่อนมาสร้างจุดแข็ง” ที่สุดคือ ประเทศสิงคโปร์ ที่มีอายุแค่ 51 ปี (ประกาศเอกราชจากมาเลเซียในปี พ.ศ. 2508 (ค.ศ. 1965))

ประเทศในอาเซียนที่เข้ากับหัวข้อ “เอาจุดอ่อนมาสร้างจุดแข็ง” ที่สุดคือ ประเทศสิงคโปร์ ที่มีอายุแค่ 51 ปี (ประกาศเอกราชจากมาเลเซียในปี พ.ศ. 2508 (ค.ศ. 1965))

ผู้ที่เป็นนายกรัฐมนตรีคนแรก ที่มองเห็นข้อจำกัดของประเทศ คือ ลีกวนยิว ที่มองว่า ประเทศมีขนาดเล็ก ทรัพยากรน้อย ประชากรน้อย แต่ก็มองเห็นจุดแข็ง คือ ที่ตั้งยุทธศาสตร์ ที่เป็นทางผ่านของเรือเดินสมุทรของภูมิภาค

ดังนั้น จึงนำจุดแข็งมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด คือ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยนโยบายการค้าเสรี สร้างประเทศจากการซื้อมา-ขายไป นับแต่นั้นมา

โดยในช่วงปี 1970 สิงคโปร์ได้เน้นภาคส่งออกชัดเจน และเริ่มเป็นเมืองปลอดภาษี

นอกจากนั้น หากจะบอกว่า ลีกวนยิว Aim High ก็คงไม่ผิด คือฝันให้ไกล ไปให้ถึง เพราะได้ขับเคลื่อนประเทศ โดยใช้การสร้างภาครัฐให้เข้มแข็งและให้รัฐเป็นกลไกสนับสนุนบทบาทการเป็นศูนย์กลางทางการเงินอย่างค่อยเป็นค่อยไป

ในที่สุด สิงคโปร์ก็กลายเป็นศูนย์กลางทางการเงินที่สำคัญของภูมิภาคนี้ ตั้งแต่ปี 2523 และไม่ได้เทียบกับลีกเดียวกันในภูมิภาค แต่สามารถเทียบเป็นระดับ World Class

โดยจัดเป็นศูนย์กลางการเงินอันดับ 4 ของโลก จาก GFCI (Global Financial Centres Index) ล่าสุด ในเดือน ก.ย. 2015 รองจาก ลอนดอน นิวยอร์ก ฮ่องกง ตามลำดับ

นี่คือการพิสูจน์ว่า “ขนาด ไม่ใช่สาระ” อยู่ที่ฝีมือ และวิสัยทัศน์จริงๆ และเราคงต้องจับตาดูว่า หากภูมิภาคนี้เข้มแข็งมากขึ้น จากการเติบโตของประเทศต่างๆ ในอาเซียน ที่มี GDP ประมาณ 7% ต่อปี โดยเฉพาะ กัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม (ซีแอลเอ็มวี) ก็จะยิ่งทำให้ฐานทางการเงินของภูมิภาคแข็งแกร่ง

ส่งผลถึงประเทศสิงคโปร์อย่างไม่ต้องสงสัย และในปัจจุบันนี้ทุนของสิงคโปร์ก็ไปลงอยู่ในแทบทุกๆประเทศในอาเซียน

ข้อสังเกตของดิฉัน คือ เรามองเห็น “ทุนญี่ปุ่น” “ทุนเกาหลี” “ทุนสิงคโปร์” แม้แต่ “ทุนเวียดนาม” ไปลงอยู่ทั่วไป แม้กระทั่งประเทศใกล้บ้านเราแท้ๆ โดยไปในลักษณะเกาะกลุ่มกันไป

แต่เราจะไม่ค่อยเห็น “ทุนไทย” ที่เกาะกลุ่มไปไหน จะเป็นลักษณะนักเทนนิสมากกว่านักฟุตบอล คือ ถนัดเล่นคนเดียวมากกว่าเป็นทีม

เป้าหมายต่อจากนี้ไปของสิงคโปร์ คือ การเป็นศูนย์กลางอ้างอิงราคาทองคำที่สำคัญของเอเชีย ราคาทองคำในภูมิภาค และไม่ใช่สิงคโปร์เก่งขนาดจะดำเนินการได้เอง แต่ได้เจรจาให้ผู้ประกอบการค้าทองคำรายใหญ่ของไทย 5 อันดับแรก ให้ไปเปิดบริษัทในสิงคโปร์

โดยยื่นข้อเสนอให้ทั้งการแก้ปัญหากฎหมายที่เป็นอุปสรรคและการลดภาษีที่เกี่ยวข้อง และพร้อมอำนวยความสะดวกทุกรูปแบบ

เราจะเห็นว่าประเทศที่มีข้อจำกัดเรื่องพื้นที่เล็กและประชาชนน้อย สามารถฝันให้ไกล ไปให้ถึงได้ ด้วยการ “รู้จัก” การใช้ทรัพยากร ทั้งของตนเองและของคนอื่น นำมาสร้างความยิ่งใหญ่ได้

เราคงต้องรำพึงว่า “เขามาถึงจุดนั้นได้ยังไง” และ “เรายังอยู่จุดนี้ได้ยังไง???”

ข่าวล่าสุด

"วัส" ชี้ปมยุบภูมิใจไทย ต้องพิสูจน์ที่มาเงินบริจาคสุชาดา

"วัส" ชี้ปมยุบภูมิใจไทย ต้องพิสูจน์ที่มาเงินบริจาคสุชาดา