
อาหารญี่ปุ่นปรับตัวฝุ่นตลบ ปรับโพสิชั่นนิ่งราคา-สุขภาพ
โดย...รัชนีย์ ศรีวัฒนชัย
โดย...รัชนีย์ ศรีวัฒนชัย
อาหารญี่ปุ่นจัดเป็นอาหารที่ติดอันดับ 1 ใน 3 ที่คนไทยนิยมรับประทานมาก แต่ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ธุรกิจร้านอาหารญี่ปุ่นเกิดการแข่งขันรุนแรง หลังจากร้านอาหารญี่ปุ่นเฉพาะทาง เข้ามาทำตลาดมากขึ้น หรือกระทั่งการสาดสงครามโปรโมชั่น รวมไปถึงสุขภาพที่มาแรง ล้วนเป็นปัจจัยทำให้ร้านอาหารญี่ปุ่นรายใหญ่ เช่น โออิชิ กับ เซน เดินหน้าปรับยุทธศาสตร์ครั้งใหญ่
ธันยเชษฐ์ เอกเวชวิท รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มธุรกิจแบรนด์ บริษัท เซ็น คอร์ปอเรชั่น กรุ๊ป ผู้ดำเนินธุรกิจร้านอาหารญี่ปุ่น เซน เปิดเผยว่า บริษัทได้ปรับเมนูอาหารญี่ปุ่นในรอบ 2 ปี ภายใต้ปรัชญาหลักขององค์กร “คุณภาพ” โดยชูกันด้วย 3 กลยุทธ์หลัก คือ “อร่อย หลากหลาย คุ้มค่า” เนื่องจากพบว่าปัจจัยการตัดสินใจเข้าร้านอาหาร มาจากการมีเมนูอาหารที่อร่อยอันดับแรก กลยุทธ์ตลาดของบริษัทอันดับแรก คือ สรรหาวัตถุดิบที่มีคุณภาพจากต่างประเทศมานำเสนอ
ในส่วนกลยุทธ์ที่ 2 ความหลากหลาย ปรับเปลี่ยนเมนูอาหารใหม่จากกว่า 300 เมนู เหลือเป็น 280 เมนู โดยได้เพิ่มเมนูอาหารใหม่ 50 เมนู นอกจากนี้ยังมีเมนูอาหารญี่ปุ่นในรสชาติแบบไทย อาทิ ราเมนสไปซี่ หมูผัดพริกญี่ปุ่นกระทะร้อน เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าเพิ่มขึ้น อีกทั้งได้ปรับราคาเมนูอาหารเพิ่มและลดลงโดยเฉลี่ย 1-2% โดยสัดส่วนเมนูอาหารที่ปรับราคาเพิ่มขึ้น 20% และเมนูอาหารที่ราคาปรับลดลงมีสัดส่วน 20% อาทิ ปลาซาบะเซตเมนูจากเดิม 280 บาท เหลือ 220 บาท
สำหรับกลยุทธ์ที่ 3 ความคุ้มค่า เนื่องจากพบว่าผู้ที่กินอาหารญี่ปุ่นนอกจากอาหารต้องอร่อย ยังมองหาความคุ้มค่าคุ้มราคา โดยมีปัจจัยจากภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ พฤติกรรมผู้บริโภคจึงระมัดระวังการกินอาหารนอกบ้าน ซึ่งบริษัทได้เพิ่มเมนูอาหารเป็นเซตจาก 30 เมนู เป็น 60 เมนู ราคาเมนูเซตเริ่มต้นที่ชุดละ 180 บาท จากปกติเริ่มต้น 250 บาท โดยกลยุทธ์ความคุ้มค่าจะช่วยเพิ่มความถี่การเข้าร้านอาหารเซนมากขึ้น อีกทั้งยังขยายฐานลูกค้าจากกลุ่มกลาง-บน มาสู่ระดับแมสยิ่งขึ้น
นอกจากนั้น บริษัทใช้งบลงทุน 100 ล้านบาท แบ่งเป็น งบเปิดสาขาใหม่และปรับปรุงสาขาเดิม 60 ล้านบาท โดยปีนี้จะเปิดใหม่ 4 สาขา ใกล้เคียงกับที่ผ่านมา และทำการรีโนเวต 4 สาขา ส่วนอีก 40 ล้านบาทเป็นงบการตลาด ซึ่งปีนี้เน้นการสร้างแบรนด์ด้วยการตลาดแบบดิจิทัลมาร์เก็ตติ้ง เพื่อสื่อสารเรื่องราวและปรัชญาหลักของเซน “Live Quality” รายได้ทั้งปีตั้งเป้าเติบโต 6% จากครึ่งปีแรกโต 3% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมาโต 3% หลังจากปรับเมนูอาหารใหม่คาดว่ายอดขายเติบโตเท่าตัว
ด้าน โออิชิ ก่อนหน้านี้ได้ประกาศปรับตำแหน่งธุรกิจ หรือโพสิชั่นนิ่ง ร้านอาหาร 6 แบรนด์ครั้งใหญ่รอบ 16 ปี อาทิ โออิชิแกรนด์ โออิอิ บุฟเฟ่ต์ ชาบูชิ ฯลฯ เพื่อวางตำแหน่งเป็นร้านอาหารเพื่อสุขภาพ และมีความเป็นพรีเมียมยิ่งขึ้นสวนทางกับร้านอาหารญี่ปุ่น เซน
ไพศาล อ่าวสถาพร รองกรรมการผู้จัดการ สายงานธุรกิจอาหาร บริษัท โออิชิ กรุ๊ป ผู้ดำเนินธุรกิจร้านอาหารญี่ปุ่น โออิชิ กล่าวว่า พฤติกรรมของผู้บริโภคเจเนอเรชั่นแซด (Z) ต้องการอาหารสุขภาพมากกว่าต้องการความอิ่ม บริษัทได้เริ่มปรับชาบูชิเป็นแบรนด์แรกให้อยู่ในระดับพรีเมียม พร้อมกับปรับราคาเพิ่มขึ้น 10% จากคนละ 359 บาท เป็น 399 บาท โดยนำเมนูอาหารกลุ่มคาร์โบไฮเดรตออก 13 เมนู และเพิ่มเมนูเพื่อสุขภาพเนื้อสัตว์นำเข้าและซูชิราว 8 เมนู เพราะไม่ต้องการทำสงครามราคาแข่งขัน
นอกจากนี้ ยังวางแผนปรับร้านอาหารสไตล์ปิ้งย่างนิกุยะสู่พรีเมียม-แมส ซึ่งจะปรับราคาเมนูอาหารเนื้อย่างเพิ่ม ส่วนโออิชิ บุฟเฟ่ต์ จะปรับร้านเป็นระดับพรีเมียม จากปัจจุบันราคา 539 บาท/คน แม้ว่าเศรษฐกิจจะไม่ดีการปรับราคาเพิ่มขึ้น บริษัทไม่กังวลว่าจะกระทบยอดขาย เพราะยิ่งเศรษฐกิจไม่ดีคนระวังการใช้เงิน จึงเลือกร้านอาหารมากขึ้น สำหรับรายได้ทั้งปีตั้งเป้าหมาย 7,000 ล้านบาท หรือไม่เติบโต และการจัดทัพใหม่คาดว่ารายได้ปี 2563 แตะ 1 หมื่นล้านบาท
ภาพรวมทั้งหมดจึงเห็นได้ว่า ปีนี้ธุรกิจร้านอาหารญี่ปุ่นต่างพากันปรับตัว ทั้งการขยายจากพรีเมียมมาสู่พรีเมียม-แมส หรือจากแมสไปสู่พรีเมียม-แมสก็ตาม เพื่อดักลูกค้าที่มีกำลังซื้อหลากหลายและพฤติกรรมที่เปลี่ยนไป







