
ผุดกองทุนใหม่พันล้าน
หนุนเอสเอ็มอี-สตาร์ทอัพกลุ่มเทคโนโลยี นวัตกรรม
หนุนเอสเอ็มอี-สตาร์ทอัพกลุ่มเทคโนโลยี นวัตกรรม
กระทรวงวิทย์ ผุดกองทุนใหม่ 1,000 ล้าน สร้างผู้ประกอบการเทคโนโลยีและนวัตกรรม
นายพิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รมว.วิทยา ศาสตร์และเทคโนโลยี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้อนุมัติให้กระทรวงจัดตั้งกองทุนเพื่อพัฒนาผู้ประกอบการเทคโนโลยีและนวัตกรรม ที่มีวงเงินประเดิมเบื้องต้น 1 ล้านบาท และหลังจากนี้กระทรวงสามารถเพิ่มเงินในกองทุนได้ คาดว่าจะเป็นกองทุนที่มีวงเงินไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านบาท เพื่อส่งเสริมผู้ประกอบการ และผลักดันให้มีการสร้างเทคโนโลยีและนวัตกรรมรวมถึงการสนับสนุนสตาร์ทอัพ
ทั้งนี้ กองทุนดังกล่าวถือเป็นกองทุนใหม่ที่จะผลักดันสร้างเทคโนโลยีและนวัตกรรมให้แก่ประเทศ จะเริ่มดำเนินการในปีงบประมาณ 2560 พร้อมกันนี้กระทรวงยังเร่งผลักดันให้มหาวิทยาลัยทั่วประเทศ เร่งสร้างศูนย์บ่มเพาะวิสาหกิจ (อินคูเบเตอร์) และการจัดสภาวะแวดล้อมภายในมหาวิทยาลัย ที่จะเอื้อต่อการทำให้นักศึกษาสนใจในการทำสตาร์ทอัพมากขึ้น โดยกระทรวงมีงบสนับสนุนมากกว่า 1,000 ล้านบาท และได้ขอการอนุมัติจากสำนักงบประมาณในการจัดทำแล้ว
ขณะเดียวกันปี 2560 กระทรวงได้รับงบประมาณที่เพิ่มสูงขึ้น จะได้วางนโยบายในการจัดทำ 6 เรื่องหลัก ได้แก่ การจัดทำเมืองนวัตกรรมอาหาร (ฟู้ดอินโนโพลิส) การทำโครงการโอท็อปและเอสเอ็มอี การจัดทำสะเต็มศึกษา การผลักดันการให้บริการทดสอบเทคนิคด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (MSTQ) การสร้างสตาร์ทอัพ และการส่งเสริมสร้างเทคโนโลยีใหม่ในประเทศ ทั้งเกี่ยวกับหุ่นยนต์และดาวเทียม เป็นต้น เชื่อมั่นว่าการผลักดันนโยบายต่างๆ จะรองรับการสร้างประเทศสู่ประเทศไทย 4.0
นอกจากนี้ ในช่วงเดือน ก.ย.ยังมีแผนเดินทางไปประเทศอังกฤษ เพื่อหารือถึงความร่วมมือของการจัดทำกองทุนนิวตัน ที่เป็นความร่วมมือระหว่างประเทศไทยและประเทศอังกฤษ รวมถึงการเชิญชวนให้ผู้ประกอบการในอังกฤษและยุโรปเข้ามาลงทุนในประเทศไทย ส่วนในเดือน ต.ค.มีหน่วยงานในประเทศญี่ปุ่นที่เชิญชวนให้เดินทางไปประเทศญี่ปุ่น ทั้งที่เมืองโตเกียวและเกียวโต คาดว่าจะทำให้เกิดความร่วมมือของสองประเทศเพิ่มขึ้น
นายพิเชฐ กล่าวต่อว่า แผนการสร้างผู้ประกอบการโอท็อป ที่สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) ได้จัดทำโครงการคูปองวิทย์เพื่อโอท็อป และได้ขยายไปในภูมิภาคต่างๆ ทั่วประเทศ เชื่อมั่นว่าจะผลักดันให้เศรษฐกิจฐานรากมีการขยายตัวที่ดีมากขึ้น และทำให้ผู้ประกอบการโอท็อปมีความแข็งแกร่งในด้านสินค้าที่พัฒนาด้วยเทคโนโลยีและวิทยาศาสตร์







