posttoday
ยักษ์สวีเดนอิเกีย ได้ฤกษ์ไล่บี้เฟอร์ฯไทย

ยักษ์สวีเดนอิเกีย ได้ฤกษ์ไล่บี้เฟอร์ฯไทย

19 สิงหาคม 2553

หลังจากใช้เวลาดูเชิงตลาดมาไม่น้อยกว่า 5 ปี วันนี้ยักษ์ใหญ่เฟอร์นิเจอร์จากสวีเดนอย่าง “อิเกีย” พร้อมโดดเข้ามาเปิดศึกตลาดเฟอร์นิเจอร์ไทย ที่คาดการณ์ว่ามูลค่ารวมแต่ละปีไม่ต่ำกว่า 3 หมื่นล้านบาท

หลังจากใช้เวลาดูเชิงตลาดมาไม่น้อยกว่า 5 ปี วันนี้ยักษ์ใหญ่เฟอร์นิเจอร์จากสวีเดนอย่าง “อิเกีย” พร้อมโดดเข้ามาเปิดศึกตลาดเฟอร์นิเจอร์ไทย ที่คาดการณ์ว่ามูลค่ารวมแต่ละปีไม่ต่ำกว่า 3 หมื่นล้านบาท

เมื่อยักษ์นอกเข้ามาท้าชิง ย่อมส่งผลให้ผู้ประกอบการทุกแบรนด์ ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มอินเด็กซ์ หรือกลุ่มเอสบี เฟอร์นิเจอร์ ต่างงัดทุกกลยุทธ์เพื่อรับมือ

การก้าวเข้ามาของ “อิเกีย” ครั้งนี้ย่อมไม่ธรรมดา จากการอาศัยปีกที่แข็งแกร่งของกลุ่มสยามฟิวเจอร์เป็นผู้ร่วมทุนรายใหญ่ ถือหุ้น 49% เท่ากับกลุ่มอิคาโน่ ซึ่งเป็นบริษัทที่ได้รับลิขสิทธิ์ในการบริหาร อิเกีย สโตร์ ใน 3 ประเทศ คือ สิงคโปร์ มาเลเซีย และไทย รวมทั้งกลุ่ม เอส.พี.เอส โกลเบิลเทรด ผู้ผลิตเฟอร์นิเจอร์ไทยที่ผลิตสินค้าให้กับอิเกีย และจัดระบบขนส่งสินค้าของอิเกียเข้ามาถือหุ้นร่วมอีก 2%

ยักษ์สวีเดนอิเกีย ได้ฤกษ์ไล่บี้เฟอร์ฯไทย

กลยุทธ์ด้านพันธมิตรที่แข็งแกร่ง ทำให้อิเกียเชื่อมั่นในการบุกตลาดเฟอร์นิเจอร์ไทยที่มีเจ้าตลาดที่แข็งแกร่ง โดยประเดิมสาขาแรกในไทยบนพื้นที่กว่า 4 หมื่น ตร.ม. ในโครงการเมกา บางนา ของกลุ่มสยามฟิวเจอร์ และเป็นสาขาที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จะเปิดให้บริการในเดือน พ.ย.นี้ พร้อมวางแผนรุกคืบตลาดไทยต่อเนื่อง ตั้งเป้า 10 ปี จะเปิดสาขาใหญ่รวมเป็น 3 แห่ง ปักธงทุกทำเลรอบกรุงเทพฯ

ทอม ฮูเซล กรรมการผู้จัดการ บริษัท อิคาโน่ กล่าวว่า กลยุทธ์ด้านทำเลของอิเกีย เน้นการอยู่บนพื้นที่ขนาดใหญ่ชานเมือง แต่จะมีบริการรถรับส่งเพื่อดึงดูดกลุ่มลูกค้า อีกทั้งยังเน้นเลือกสินค้าที่แตกต่าง ดีไซน์ดี แต่ราคาถูก จากระบบบริหารจัดการสินค้าให้มีต้นทุนต่ำกว่าคู่แข่ง 10-20% ในสินค้าประเภทเดียวกัน

“การเข้ามาของอิเกียจะเป็นผลดีต่อ|ผู้บริโภคไทย ในแง่การแข่งขันด้านราคา ซึ่งแต่ละรายต่างต้องปรับตัวเพื่อทำราคาให้แข่งขันกับอิเกียได้”

กลุ่มสินค้าที่จะนำเข้ามาทำตลาดจะมีมากกว่า 20 ประเภท เริ่มต้นที่ 10 บาท เพื่อจูงใจให้เกิดการซื้อในปริมาณมาก โดยเชื่อมั่นว่าจะได้รับการตอบรับที่ดีจากลูกค้าคนไทยและแข่งขันได้ วัดจากความสำเร็จในตลาดอื่นๆ ที่แม้ว่าราคาสินค้าจะไม่แพง แต่การจับจ่ายใช้สอยเฉลี่ยต่อหัวต่อการซื้อหนึ่งครั้ง ขั้นต่ำกลับสูงถึง 25 ยูโร และสูงสุดอยู่ที่ 100-130 ยูโร โดยปัจจุบันอิเกีย สโตร์ มีสาขามากกว่า 300 แห่งทั่วโลก

ด้านผู้ประกอบการค้าปลีกเฟอร์นิเจอร์ล้วนมองว่า การเข้ามาของอิเกียจะมีส่วนสำคัญในการกระตุ้นให้ตลาดเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งบ้านเติบโตมากขึ้น ซึ่งจะเป็นผลดีต่อภาพรวมของตลาด จากการที่มีรายใหญ่เข้ามาช่วยกระตุ้นให้ผู้บริโภคเกิดการซื้อซ้ำต่อเนื่อง

วทัญญู วิสุทธิโกศล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ กลุ่มพัฒนาธุรกิจ บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ ยอมรับว่า แม้โฮมโปรมีสินค้ากลุ่มตกแต่งบ้านที่ใกล้เคียงกับอิเกียประมาณ 25% แต่เชื่อว่าการที่อิเกียเข้ามาเป็นผลดีต่อภาพรวมตลาด เพราะหากตลาดมีความต้องการสูงขึ้น สินค้าของโฮมโปรก็ย่อมขยายตัวไปด้วย

สอดคล้องกับ จรินทร ปัทมสัตยาสนธิ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินเด็กซ์ลิฟวิ่งมอลล์ ที่ระบุว่า อิเกียจะเข้ามากระตุ้นความต้องการสินค้าตกแต่งบ้านให้ขยายตัวมากขึ้น ซึ่งถือว่าเป็นผลดี เปรียบเสมือนการช่วยกันขับเคลื่อนให้ตลาดเติบโต หากไม่มีการแข่งขัน ตลาดจะนิ่ง เพราะมีผู้เล่นรายใหญ่ไม่กี่รายในตลาด

แต่ยอมรับว่าสินค้าของอินเด็กซ์ฯ ที่ใกล้เคียงกับอิเกียมีสัดส่วนสูงถึง 25-30% และยังมีราคาที่สูงกว่ามาก เพราะเน้นการนำเข้าเป็นหลัก หากเทียบอำนาจการต่อรองแล้ว อิเกียมีสูงกว่ามาก เพราะมีเครือข่ายในการจัดจำหน่ายสินค้าทั่วโลก ขณะที่อินเด็กซ์ฯ สั่งนำเข้ามาเพื่อจำหน่ายเพียงตลาดในไทยและประเทศใกล้เคียงเท่านั้น แต่ก็เชื่อว่าจะไม่ส่งผลกระทบมากนัก เพราะคนไทยยังต้องการบริการขนส่งและติดตั้ง ส่วนอิเกี เน้นการประกอบเอง

จากการสำรวจตลาดค้าปลีกเฟอร์นิเจอร์ย่านบางนา ใกล้เคียงจากจุดที่อิเกียจะเปิดให้บริการนั้น มีแนวโน้มจะ “ดุเดือด” แน่นอน เพราะบรรดายักษ์ใหญ่ค้าปลีกวัสดุฯ-เฟอร์นิเจอร์ต่างปักธงเปิดให้บริการมาก่อนแล้ว ไม่ว่าจะเป็น อินเด็กซ์ลิฟวิ่งมอลล์ บางนา กม. 4.5 กลุ่มบุญถาวร หรือแม้แต่กลุ่มโฮมโปรที่เตรียมเปิดสาขาใหม่บนพื้นที่เดียวกับอิเกีย ก็มีสาขาอยู่ในย่านบางนาแล้วเช่นกัน

บอกได้คำเดียวว่า ศึกครั้งนี้ดุเดือดนัก!!!

ข่าวล่าสุด

รักชนกชี้ปมเงินบริจาคสุชาดา ไม่ควรนำไปสู่การยุบภูมิใจไทย

รักชนกชี้ปมเงินบริจาคสุชาดา ไม่ควรนำไปสู่การยุบภูมิใจไทย