
กลุ่มปตท.สยายปีก ซื้อหุ้นแหล่งก๊าซ-ร่วมทุนปิโตรนาส
โดย...ทีมข่าวเศรษฐกิจมหภาคโพสต์ทูเดย์
โดย...ทีมข่าวเศรษฐกิจมหภาคโพสต์ทูเดย์
พลันที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 30 ส.ค.ที่ผ่านมา มีมติเห็นชอบให้บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม หรือ ปตท.สผ. ได้รับการยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์การจัดตั้ง/ร่วมทุน และการกำกับดูแลบริษัทในเครือของรัฐวิสาหกิจ เพื่อเพิ่มความคล่องตัวให้กับบริษัท ปตท.สผ.ในการร่วมทุน หรือถอนการลงทุนกับบริษัทเอกชนรายอื่น
อีกทั้ง ครม.ยังมีมติให้บริษัท ปตท.จัดตั้งบริษัทลูกแห่งใหม่ ณ กรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร ชื่อว่า บริษัท PTT International Trading London Ltd. ทุนจดทะเบียน 4.2 แสนปอนด์ หรือ 21 ล้านบาท เพื่อดำเนินธุรกิจที่เป็นสากลเต็มรูปแบบ ครอบคลุมทั้งการค้าน้ำมันดิบ ผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมี การค้าพลังงานที่เกี่ยวข้อง และธุรกิจอื่นๆ ที่เกี่ยวเนื่อง
ล่าสุด พล.อ.อนันตพร กาญจนรัตน์ รมว.พลังงาน ระบุว่า การที่ ครม.มีมติให้บริษัท ปตท.สผ.และบริษัทในเครือที่มีฐานะเป็นรัฐวิสาหกิจ ได้รับการยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์การร่วมทุนและกำกับดูแลบริษัทในเครือ เพื่อเปิดโอกาสให้บริษัท ปตท.สผ.สามารถขยายการลงทุนในแหล่งปิโตรเลียมอื่นๆ ได้มากขึ้น โดยในเร็วๆ นี้คาดว่าบริษัท ปตท.สผ.จะเข้าไปซื้อหุ้นเพิ่มในแหล่งก๊าซธรรมชาติในเมียนมา
สอดคล้องกับแหล่งข่าวจากกระทรวงพลังงาน ที่ระบุว่า บริษัท ปตท.สผ.ได้รับข้อเสนอจากเอกชนรายหนึ่งที่ถือหุ้นในแหล่งก๊าซยาดานา ประเทศเมียนมา โดยเอกชนรายดังกล่าวให้สิทธิบริษัท ปตท.สผ.เข้าซื้อหุ้นได้ก่อน (Pre-Emptive Right) ภายใน 30 วัน ซึ่งจะสิ้นสุดในวันที่ 31 ส.ค.นี้ และจากการพิจารณาศักยภาพของแหล่งก๊าซยาดานา บริษัท ปตท.สผ.เห็นว่าแหล่งดังกล่าวมีศักยภาพและเกี่ยวกับการรักษาความมั่นคงทางพลังงานของประเทศ บริษัท ปตท.สผ.จึงจะสิทธิดังกล่าว แต่จำเป็นต้องได้รับการยกเว้นหลักเกณฑ์การจัดตั้ง/ร่วมทุน และการกำกับดูแลบริษัทในเครือของรัฐวิสาหกิจจาก ครม.ดังกล่าว
ด้าน ปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ ประธานคณะกรรมการ บริษัท ปตท. (บอร์ด ปตท.) กล่าวว่า มติ ครม.ที่อนุมัติให้ ปตท.ตั้งบริษัทเทรดดิ้งน้ำมันและปิโตรเลียมในอังกฤษ ทาง ปตท.มีเป้าหมายที่จะเข้าดำเนินธุรกิจซื้อขายน้ำมัน และการซื้อขายก๊าซธรรมชาติเหลว (แอลเอ็นจี) ให้ได้ต้นทุนที่ต่ำและเหมาะสมกับไทย
“จะมีการพิจารณาเพิ่มการร่วมทุนในแหล่งผลิตแอลเอ็นจีแหล่งใหม่ๆ มากขึ้น จากที่ปัจจุบันเริ่มเข้าไปลงทุนบ้างแล้ว โดย ปตท.สผ.ในแหล่งในประเทศโมซัมบิก ในโครงการโมซัมบิก โรวูมา ออฟชอร์ แอเรีย ในสัดส่วน 8% มีปริมาณสำรองถึง 70 ล้านล้านลูกบาศก์ฟุต (ลบ.ฟุต) ซึ่งมากกว่าปริมาณก๊าซฯ ในอ่าวไทยถึง 10 เท่า” ปิยสวัสดิ์ กล่าว
ปิยสวัสดิ์ กล่าวว่า สถานการณ์ราคาแอลเอ็นจีในขณะนี้ถือว่าราคาลดลงมาก และมีการพบแหล่งสำรองแอลเอ็นจีทั่วโลก ดังนั้นตลาดแอลเอ็นจีจึงเป็นของผู้ซื้อ โดยขณะนี้ราคาซื้อขายตลาดจร (SPOT) อยู่ประมาณ 6 เหรียญสหรัฐ/ล้านบีทียูเท่านั้น ทาง ปตท.จึงพยายามเจรจาเพื่อขอซื้อในต้นทุนต่ำที่สุด โดยเฉพาะในแหล่งโมซัมบิกที่ ปตท.จะนำเข้า 2 ล้านตัน/ปี และล่าสุดได้รับรายงานจาก ปตท.สผ.ว่าในเดือน ส.ค.นี้ได้บรรลุการเจรจากับรัฐบาลโมซัมบิกเรียบร้อยแล้ว หลังจากนี้จะเจรจาจาเพื่อหาตลาดจำหน่ายแอลเอ็นจีเพิ่ม
นอกจากนี้ ปตท.มีแผนที่จะซื้อแอลเอ็นจีสัญญาระยะยาวกับบริษัท เชลล์ และบริษัท บีพี รายละ 1 ล้านตัน และบริษัท ปตท.สผ.มีแผนจะร่วมธุรกิจกับบริษัทปิโตรนาสของมาเลเซีย โดยเตรียมเข้าไปถือหุ้นในแหล่งแอลเอ็นจีปิโตรนาส เพื่อผลักดันให้ ปตท.ก้าวเป็นบริษัทซื้อขายก๊าซธรรมชาติ หรือเทรดดิ้ง คอมปานี เต็มรูปแบบ
“ปัจจุบัน ปตท.ได้ตั้งสำนักงานที่สิงคโปร์และตะวันออกกลาง รวมถึงล่าสุด ครม.มีมติให้ตั้งบริษัทลูกของ ปตท.ภายใต้ชื่อ PTT International Trading London Ltd. ที่อังกฤษ ซึ่งระยะแรกบริษัทนี้จะซื้อขายเฉพาะน้ำมัน แต่อนาคตมีแผนจะขยายการซื้อขายไปยังแอลเอ็นจี ซึ่งจะเป็นบริษัทเทรดดิ้งแห่งที่ 3 ของกลุ่ม” ปิยสวัสดิ์ กล่าว
อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่เพียงแต่กลุ่ม ปตท.เท่านั้นที่รุกขยายธุรกิจปิโตรเลียมไปยังต่างประเทศมากขึ้น เพราะการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจยักษ์ใหญ่ของไทยอีกแห่งหนึ่งก็มีแผนรุกธุรกิจด้านพลังงานเช่นกัน โดยเฉพาะการจัดหาและนำเข้าแอลเอ็นจีจากต่างประเทศสำหรับเป็นเชื้อเพลิงในการผลิตกระแสไฟฟ้าของโรงไฟฟ้าของ กฟผ.เอง
โดยเมื่อเร็วๆ นี้ อารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงพลังงาน มอบหมายให้สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (สกพ.) กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ และ กฟผ.ไปหารือเพื่อศึกษาความเป็นไปได้เพื่อผลักดันให้ กฟผ.เป็นผู้นำเข้าแอลเอ็นจี ในระยะต้นจะเป็นการดำเนินการแบบโครงการนำร่อง แต่ปริมาณนำเข้าคงไม่ถึงหลักล้านตัน เพื่อเป็นการสนับสนุนนโยบายของ สกพ.ที่จะเปิดให้บุคคลที่ 3 เข้ามาให้ใช้ หรือเชื่อมต่อระบบส่งก๊าซธรรมชาติ และสถานีแอลเอ็นจี (Third Party Access Code : TPA Code) เนื่องจากตั้งแต่เปิดให้เอกชนเข้ามายื่นในท่อก๊าซตั้งแต่ปี 2558 แต่จนถึงปัจจุบันยังไม่มีเอกชนรายใดเข้ามาขอใบอนุญาต
“กฟผ.มีแผนระยะยาวที่จะจัดหาแอลเอ็นจีและลงทุนสร้างคลังแอลเอ็นจีลอยน้ำ (FSRU) ในพื้นที่อ่าวไทยตอนบน เพื่อนำมาใช้ในการผลิตไฟฟ้าอยู่แล้ว แต่กระทรวงพลังงานต้องการให้มีการจัดทำเป็นโครงการนำร่องก่อน เพื่อจะเป็นการทดสอบด้วยว่า หากให้ กฟผ.เป็นบุคคลที่ 3 เข้ามาเป็นผู้จัดหานำเข้าแอลเอ็นจีจะเป็นอย่างไร และมีอุปสรรคใดๆ หรือไม่ จากปัจจุบันที่มีเพียงบริษัท ปตท.รายเดียวที่จะเป็นผู้ดำเนินการธุรกิจก๊าซฯ”แหล่งข่าว กฟผ.ระบุ
ขณะที่ ถาวร งามกนกวรรณรองผู้ว่าการเชื้อเพลิง กฟผ. กล่าวว่า กฟผ.อยู่ระหว่างการศึกษาโครงการจัดหาแอลเอ็นจี ซึ่งยอมรับว่าเป็นเรื่องใหม่สำหรับ กฟผ. แต่เมื่อกระทรวงพลังงานต้องการให้ กฟผ.ดำเนินโครงการนำร่องไปก่อน ก็ถือเป็นโอกาสที่ดี แต่คงต้องใช้เวลาพอสมควร และแม้ว่า กฟผ.จะมีแผนนำเข้าแอลเอ็นจีเพื่อผลิตไฟฟ้า แต่จะยังดำเนินการผลักดันโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินแห่งใหม่ แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ (พีดีพี 2015) เพื่อเป็นการกระจายความเสี่ยงด้านเชื้อเพลิง และสร้างความมั่นคงด้านพลังงานในระยะยาว







