
'ทิสโก้'ปืนไวเปิดขายLTF
บลจ.ทิสโก้ พร้อมลุยเปิดขาย LTF ใหม่ วันที่ 5-26 ก.ย. พร้อมกัน 2 กอง เน้นเลือกหุ้นปันผลดี และหุ้นกลาง-เล็ก
บลจ.ทิสโก้ พร้อมลุยเปิดขาย LTF ใหม่ วันที่ 5-26 ก.ย. พร้อมกัน 2 กอง เน้นเลือกหุ้นปันผลดี และหุ้นกลาง-เล็ก
นายสาห์รัช ชัฎสุวรรณ ผู้อำนวยการสายการตลาด บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ทิสโก้ เปิดเผยว่า ระหว่างวันที่ 5-26 ก.ย. 2559 บลจ.ทิสโก้ จะเปิดขายกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) กองทุนใหม่ 2 กองทุน เพื่อเปิดโอกาสในการสร้างผลตอบแทนที่ดีในระยะยาว และการสร้างทางเลือกในการลงทุนให้นักลงทุน
"ปัจจุบันดัชนีตลาดหุ้นไทยได้ปรับตัวสูงขึ้นมามาก อยู่ในระดับที่ไม่ได้ถูกเหมือนในอดีต นักลงทุนจึงต้องเน้นกลยุทธ์การลงทุนมากขึ้น ทิสโก้จึงตัดสินใจออก LTF อีก 2 กองทุน ใน 2 สไตล์การลงทุน เพื่อให้ผู้ลงทุนมีทางเลือกที่หลากหลาย เหมาะกับภาวะตลาดที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา สามารถกระจายความเสี่ยงได้ดีขึ้น และหวังผลตอบแทนที่ดีในระยะยาวในยุคดอกเบี้ยต่ำ" นายสาห์รัช กล่าว
กองทุน LTF 2 กองทุนใหม่ของ บลจ.ทิสโก้ ได้แก่ กองทุนเปิดทิสโก้ ดิวิเดนด์ ซีเล็ค หุ้นระยะยาว (TDSLTF) เน้นการลงทุนในหุ้นพื้นฐานดี ที่มีการจ่ายปันผลดีและสม่ำเสมอ และ กองทุนเปิดทิสโก้ Mid/Small Cap หุ้นระยะยาว (TMSLTF) เน้นการลงทุนในหุ้นขนาดกลางและขนาดเล็กที่มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดไม่เกิน 5 หมื่นล้านบาท และคัดเลือกหุ้นในกลุ่มที่มีโอกาสเติบโตสูง
ทั้งนี้ บลจ.ทิสโก้ เป็น บลจ.แรกที่กำหนดวันเปิดขายกองทุน LTF หลังจากกฎกระทรวงฉบับที่ 317 (พ.ศ. 2559) ยกเลิกเงื่อนไขการให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีว่าต้องเป็นเงินที่ซื้อกองทุน LTF ที่จดทะเบียนภายในวันที่ 30 มิ.ย. 2550 สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ส่งหนังสือเวียนแจ้งว่า บลจ.สามารถจัดตั้งกองทุน LTF ใหม่ได้
สำหรับการจัดแบ่งสไตล์การลงทุนหุ้นของกองทุน LTF จำนวน 49 กองทุนที่มีอยู่ในปัจจุบัน โดยบริษัท มอร์นิ่งสตาร์ รีเสิร์ช (ประเทศไทย) พบว่ามี 39 กองทุนเน้นลงทุนในหุ้นขนาดใหญ่ โดยผสมระหว่างหุ้นคุณค่าและหุ้นเติบโตสูง โดยมีผลตอบแทนย้อนหลัง 5 ปี นับจากวันที่ 30 ส.ค. 2559 เฉลี่ย 9.78% ต่อปี และย้อนหลัง 10 ปี อยู่ที่ 10.88% ขณะที่มีเพียง 1 กองทุนเท่านั้นที่เน้นลงทุนหุ้นขนาดเล็ก คือ กองทุนกรุงไทยชาริอะฮ์หุ้นระยะยาว ของ บลจ.กรุงไทย
นอกจากนี้ หลายกองทุนมีนโยบายการลงทุนที่เฉพาะเจาะจงและแตกต่างจากกองทุนส่วนใหญ่ เช่น การลงทุนตามหลักศาสนาอิสลาม ลงทุนหุ้นที่มีบรรษัทภิบาล และลงทุนหุ้นต่างประเทศบางส่วน
ทั้งนี้ กองทุน LTF ที่มีผลตอบแทนย้อนหลัง 5 ปีสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ กองทุนบรรษัทภิบาล หุ้นระยะยาว 16.10% ต่อปี กองทุนบัวหลวงหุ้นระยะยาว 14.48% และกองทุนแวลูพลัส ปันผล หุ้นระยะยาว 14.42% ขณะที่ตั้งแต่ต้นปีกองทุนที่ทำผลตอบแทนได้ดีที่สุด คือ กองทุนที่เน้นลงทุนหุ้นขนาดใหญ่อิงกับดัชนี







