posttoday
มองข้ามเฟดไปยังเลือกตั้งสหรัฐ

มองข้ามเฟดไปยังเลือกตั้งสหรัฐ

01 กันยายน 2559

โดย...ดร.สมชัย อมรธรรม

โดย...ดร.สมชัย อมรธรรม

ในช่วงนี้สายตานักลงทุนคงจับจ้องไปที่การประชุมเฟด และการประชุมธนาคารกลางญี่ปุ่น (BoJ) ที่จะเกิดขึ้นพร้อมกันในวันที่ 20-21 ก.ย.นี้เป็นหลัก เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยไหม? ขึ้นเท่าไหร่? แล้วถ้าขึ้นจะขึ้นต่อเนื่องไหม? ส่วน BoJ จะมีมาตรการใดออกมาหรือไม่? นโยบายการเงินของธนาคารกลางหลักๆ ทั่วโลกยังคงมีผลต่อทิศทางการลงทุนค่อนข้างมากเหมือนเช่นเดิม แต่ ณ ที่นี้ ผมขอพูดถึงปัจจัยถัดไปที่จะเข้ามากระทบทิศทางการลงทุนในช่วงปลายปี คือ การเลือกตั้งประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกา ซึ่งจะเกิดขึ้นในวันที่ 8 พ.ย.นี้

ตัวแทนทั้งสองพรรคก็เป็นที่ทราบกันแล้ว คือ ฮิลลารี คลินตัน เป็นตัวแทนจากพรรคเดโมแครต และโดนัลด์ ทรัมป์ เป็นผู้สมัครชิงตำแหน่งจากพรรครีพับลิกัน ความแตกต่างของนโยบายหาเสียงหลักๆ ก็สอดคล้องกับมุมมองของแนวคิดแต่ละพรรคการเมือง เช่น ในด้านภาษี ฮิลลารีต้องการขึ้นอัตราภาษี “คนรวย” ขณะที่ทรัมป์ต้องการลดอัตราภาษีสำหรับทั้งบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล ในด้านการค้าระหว่างประเทศ ฮิลลารีอาจจะไม่เห็นด้วยกับข้อตกลง TPP แต่ก็ยังมีท่าทีเปิดกว้างต่อการค้าระหว่างประเทศ ส่วนทรัมป์มีแนวคิดที่จะกีดกันการค้าระหว่างประเทศ เพื่อปกป้องผู้ผลิตในประเทศ พร้อมจะระบุให้จีนเป็น “Currency Manipulator” ซึ่งจะทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐกับจีนตึงเครียดขึ้นไปอีก หรือในเรื่องผู้อพยพเข้าเมืองผิดกฎหมาย ฮิลลารีมีนโยบายเปิดรับผู้อพยพเหล่านี้ และต้องการเร่งกระบวนการให้สัญชาติแก่บุคคลเหล่านี้ ขณะที่ทรัมป์ต้องการที่จะ “เนรเทศ” ผู้อพยพผิดกฎหมายเหล่านี้ออกไปให้หมด เป็นต้น

ด้วยท่าทีที่ค่อนข้างรุนแรงของทรัมป์นี้ ทำให้เขาถูกมองว่าเป็นความเสี่ยงที่สำคัญหากได้รับคัดเลือกมาเป็นประธานาธิบดีของประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในโลกนี้

แม้กระทั่งคนในพรรครีพับลิกันเองก็ไม่ได้สนับสนุนเขานัก เท็ด ครูซ ผู้เข้าชิงเป็นตัวแทนพรรครีพับลิกันที่พ่ายแพ้ต่อทรัมป์ไป ก็ปฏิเสธที่จะสนับสนุน (Endorse) ทรัมป์เป็นตัวแทนพรรค หรือแม้กระทั่ง พอล ไรอัน ที่มีตำแหน่งเป็นถึงประธานสภาผู้แทนราษฎรจากพรรครีพับลิกัน แม้จะออกมาสนับสนุนทรัมป์ แต่ก็ดูท่าทีไม่เต็มใจเท่าใดนัก ทำให้โอกาสในการชนะของทรัมป์ดูเหมือนจะยิ่งแย่ลงไปใหญ่

ผลโพลล่าสุดชี้ให้เห็นว่า ฮิลลารีมีคะแนนเสียงนำอยู่ค่อนข้างมาก โดยได้คะแนนเสียง 45% เทียบกับคะแนนเสียงของทรัมป์เพียง 39% (ข้อมูลจาก NY Times) ก็พอมองได้ว่า “ปลอดภัย” อยู่ แต่หลายท่านก็คงทราบว่าคะแนนเสียงรวมอาจไม่ได้บอกอะไรนักในการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ เพราะบ่อยครั้งผลแพ้-ชนะจะถูกตัดสินด้วยคะแนนเสียงในเพียงไม่กี่รัฐเท่านั้น (Swing States) ซึ่งหากดูผลโพลในรัฐเหล่านี้ ฮิลลารีก็ยังมีคะแนนเสียงนำทรัมป์อยู่หลายรัฐ โดยเฉพาะในฟลอริดาที่อาจจะใหญ่สุดในบรรดา Swing States ทั้งหมด

แต่ก็ใช่ว่าตลาดจะไม่ “กังวล” เมื่อใกล้ถึงวันเลือกตั้ง อย่างไรก็ตาม หากมองด้วยคะแนนเสียงในปัจจุบันนี้ ก็อาจจะยังพอ “วางใจ” ได้บ้าง ซึ่งอาจทำให้สินทรัพย์เสี่ยงไม่ได้ปรับตัวลงมากนักด้วยประเด็นนี้

หากฮิลลารีชนะการเลือกตั้งก็ใช่ว่าจะดี เพราะในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา พรรครีพับลิกันสามารถคุมเสียงข้างมากได้ทั้งในสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาได้ ทำให้การทำงานของประธานาธิบดีโอบามา จากพรรคเดโมแครตนั้นยากลำบาก จึงต้องติดตามผลการเลือกตั้ง สส. สว. ที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 8 พ.ย. ด้วยว่าพรรครีพับลิกันจะยังสามารถคุมเสียงข้างมากได้หรือไม่ (ซึ่งก็ฟังดูแปลกว่าเลือกประธานาธิบดีจากเดโมแครต แต่ สส. สว. จากรีพับลิกัน) ซึ่งจะทำให้การผลักดันนโยบายต่างๆ ของฮิลลารีก็จะยากลำบากไม่ต่างจากโอบามา

แน่นอนว่าภายในระยะเวลาอีก 2 เดือน อะไรก็เกิดขึ้นได้ ทางฝั่งทรัมป์เองก็พยายามแก้เกมด้วยวิธีต่างๆ จากที่เคยบอกว่าจะส่งผู้เข้าเมืองผิดกฎหมายกลับประเทศ “ทั้งหมด” ว่าจะส่งกลับเฉพาะผู้เข้าเมืองผิดกฎหมาย “ที่มีประวัติอาชญากรรม” และทรัมป์เองก็ภาษีดีกว่าฮิลลารีในหลายด้าน จากการสำรวจหนึ่งที่ให้ผู้ตอบโยง “คำพูด” ต่างๆ กับผู้สมัครจากทั้งสองพรรค เช่น คำว่า ประสบความสำเร็จ ฉลาด ทำงานหนัก แข็งกร้าว รักชาติ ทุจริต อันตราย ชั่วร้าย บ้า เป็นต้น ผลปรากฏว่าคำพูดเหล่านั้นใช้อธิบายทรัมป์ดีกว่าฮิลลารีในทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นคำพูดในเชิงที่บวกหรือเชิงลบ ก็น่าติดตามว่าทรัมป์จะนำส่วนดีเหล่านั้นออกมาให้ชาวอเมริกันเห็นได้หรือไม่ในช่วงเวลาที่เหลือ การที่ทรัมป์เพิ่งเปลี่ยนผู้จัดการแคมเปญหาเสียงของเขา ก็คงเป็นความพยายามเพื่อให้บรรลุเป้าหมายนั้น

อย่างไรก็ตาม หากทรัมป์ชนะการเลือกตั้งจริง เราอาจต้องมาลุ้นว่าแกจะพูดอะไรออกมาบ้างในแต่ละวัน เพราะรู้สึกว่านโยบายของเขาจะเปลี่ยนได้ง่ายเหลือเกิน ซึ่งบางด้านอาจทำให้ตลาด “ตกใจ” ได้ ความไม่แน่นอนดูเหมือนจะเพิ่มสูงขึ้น คือ ถ้าเกิดทรัมป์ชนะขึ้นมาจริงๆ ก็ ... จบ (คอลัมน์) ครับ

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI