posttoday
ยินตันยึดยูนิลีเวอร์ต้นแบบ

ยินตันยึดยูนิลีเวอร์ต้นแบบ

31 สิงหาคม 2559

ยินตัน บุกตลาดสินค้าอุปโภคบริโภค ดัน 5 ปีมีสินค้าครบพอร์ตโฟลิโอเหมือนยูนิลีเวอร์

ยินตัน บุกตลาดสินค้าอุปโภคบริโภค ดัน 5 ปีมีสินค้าครบพอร์ตโฟลิโอเหมือนยูนิลีเวอร์

นายนริศ วิทยาวรากรณ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยยินตัน ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ในช่องปากแบรนด์นู้ด เปิดเผยว่า แผนธุรกิจในระยะ 5 ปี (2560-2564) บริษัทเตรียมทุ่มงบลงทุน 500 ล้านบาท สำหรับการรุกตลาดสินค้าอุปโภคบริโภค โดยยึดโมเดลธุรกิจของยูนิลีเวอร์เป็นต้นแบบของการแตกไลน์สินค้าในพอร์ตโฟลิโอ บริษัทวางแผนแตกไลน์สินค้ากลุ่มเพอร์ซันนัลแคร์หรือของใช้ส่วนบุคคลตั้งแต่หัวจรดเท้าในอีก 2 ปี จากปัจจุบันมีกลุ่มผลิตภัณฑ์ในช่องปาก ยาสีฟันชนิดน้ำและเม็ดอมดับกลิ่นปาก

ทั้งนี้ ภาพรวมตลาดสินค้าอุปโภคบริโภคในไทย แม้ว่าอัตราการใช้ในครัวเรือนส่วนใหญ่จะเกือบ 100% แล้ว อาทิ ยาสีฟัน แต่ตลาดยังมีช่องว่างอีกมาก โดยจะนำนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อเจาะกลุ่มผู้บริโภคที่มีความต้องการเฉพาะเจาะจงยิ่งขึ้น ซึ่งบริษัทกำลังอยู่ระหว่างเจรจาร่วมทุนกับกลุ่มบริษัท โมริชิตะ ยินตัน ประเทศญี่ปุ่น เพื่อนำโนว์ฮาวมาผลิตสินค้าเพอร์ซันนัลแคร์ ภายใต้แบรนด์ของตัวเอง พร้อมกับลงทุน 200 ล้านบาท สร้างโรงงาน ที่ จ.ปทุมธานี บนพื้นที่ 3 ไร่ วางให้เป็นศูนย์กลางผลิตสินค้าป้อนตลาดอาเซียน

นอกจากนี้ กลางปีหน้าบริษัทจะเริ่มทำตลาดกลุ่มผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เพราะเป็นตลาดใหญ่มีมูลค่า 4 หมื่นล้านบาท โดยบริษัท โมริชิตะ ถือว่าเป็นผู้นำตลาดดังกล่าวในญี่ปุ่น พร้อมกับเปิดตัวสินค้าใหม่กลุ่มลูกอมเม็ดแข็ง ยาสีฟันสูตรน้ำ วางเป้าหมายภายใน 3 ปี จะมีส่วนแบ่ง 5% ในตลาดผลิตภัณฑ์ในช่องปากปีนี้คาดว่ามีมูลค่า 1.6 หมื่นล้านบาท เติบโต 5-8% จากเมื่อปีที่ผ่านมามีมูลค่า 1.5 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็น ยาสีฟันมูลค่า 1.1 หมื่นล้านบาท น้ำยาบ้วนปาก 4,000 ล้านบาท

“เป้าหมายของบริษัทต้องการมีสินค้าครบพอร์ตโฟลิโอเหมือนยูนิลีเวอร์ โดยต้องการเข้าไปชิงส่วนแบ่งในแต่ละตลาดมากกว่าจะเป็นผู้นำ เพราะส่วนใหญ่ทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์มีผู้นำที่แข็งแกร่งอยู่แล้ว”

ขณะเดียวกันจะเดินหน้าขยายธุรกิจไปสู่ตลาดต่างประเทศ จากปัจจุบันรายได้มาจากภายในประเทศ 80% จะเหลือ 40% และต่างประเทศเพิ่มจาก 20% เป็น 60% โดยเริ่มส่งออกไปตลาดอาเซียน นำร่องเข้าไปจำหน่ายที่เวียดนาม เนื่องจากพฤติกรรมของผู้บริโภคเริ่มยกระดับการใช้สินค้ามากขึ้น

สำหรับรายได้ทั้งปีตั้งเป้า 300 ล้านบาท เติบโตมากกว่า 100% จากปีที่ผ่านมารายได้ 92 ล้านบาท ส่วนเป้าหมายอีก 5 ปีข้างหน้าคาดว่ารายได้แตะ 1,500 ล้านบาท แบ่งเป็น กลุ่มผลิตภัณฑ์ภายในช่องปากและเพอร์ซันนัลแคร์ 50% และสัดส่วนอีก 50% เป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เนื่องจากกระแสสุขภาพที่มาแรง และมองว่ากลุ่มสินค้าดังกล่าวจะผลักดันให้รายได้ของบริษัทเติบโตอย่างก้าวกระโดด  พร้อมกันนี้ยังวางแผนเข้าตลาดหลักทรัพย์ในปี 2563-2564

ข่าวล่าสุด

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค