posttoday
เข้มกู้คอมมูนิตี้ฯ

เข้มกู้คอมมูนิตี้ฯ

31 สิงหาคม 2559

เจเอเอส มองธุรกิจคอมมูนิตี้มอลล์แข่งขันลดลง หลังแบงก์เข้มปล่อยกู้โครงการใหม่

เจเอเอส มองธุรกิจคอมมูนิตี้มอลล์แข่งขันลดลง หลังแบงก์เข้มปล่อยกู้โครงการใหม่

นายสุพจน์ วรรณา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจเอเอส แอสเซ็ท ผู้บริหารโครงการเดอะแจส เปิดเผยว่า ผลจากภาพรวมธุรกิจคอมมูนิตี้มอลล์ในขณะนี้การแข่งขันเริ่มลดลง เนื่องจากสถาบันการเงินเริ่มเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อให้กับผู้ประกอบการที่จะทำธุรกิจคอมมูนิตี้มอลล์มากขึ้น ภายหลังพบแนวโน้มหลายรายไม่ประสบความสำเร็จในการทำธุรกิจ ซึ่งเห็นได้จากจำนวนพื้นที่เช่าที่เริ่มเห็นร้านค้าว่างมากขึ้นตั้งแต่ช่วงปี 2558 ที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตาม ในส่วนของบริษัทยังคงมองเห็นโอกาสในธุรกิจดังกล่าว เนื่องจากเป็นธุรกิจระยะยาวเพียงแต่ต้องมีการบริหารจัดการที่ดี ซึ่งแนวทางการการดำเนินธุรกิจคอมมูนิตี้มอลล์ของบริษัทนับจากนี้ ยังคงเดินหน้าขยายธุรกิจตามแผนเดิมที่วางไว้ คือ เปิดคอมมูนิตี้มอลล์ใหม่ปีละ 1 สาขา โดยในส่วนของสาขาที่ 3 ที่จะเปิดให้บริการในเดือน พ.ย.นี้ คือ แจส เออเบิร์น ศรีนครินทร์

นอกจากนี้ บริษัทยังมีแผนที่จะเข้าซื้อกิจการคอมูนิตี้มอลล์ เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจ โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการเจรจากับผู้ประกอบการประมาณ 2 ราย แต่ละรายปัจจุบันมีธุรกิจคอมมูนิตี้มอลล์เปิดให้บริการอยู่ที่ประมาณ 2-3 สาขา อย่างไรก็ดีคาดว่าภายใน 2-3 เดือนนับจากนี้น่าจะได้ข้อสรุปในเรื่องดังกล่าว

“อีกหนึ่งธุรกิจที่บริษัทให้ความสนใจจะเข้าไปทำในอนาคต คือ โครงการมิกซ์ยูส เนื่องจากเป็นธุรกิจที่มีศักยภาพ โดยขณะนี้มีผู้ประกอบการในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์หลายรายเข้ามาเจรจาให้บริษัทเข้าไปร่วมทำธุรกิจ ด้วยการสร้างคอมมูนิตี้มอลล์หน้าโครงการที่อยู่อาศัย แต่ยังไม่ได้ข้อสรุป เนื่องจากบริษัทต้องการทำธุรกิจคอมมูนิตี้มอลล์ร่วมกับพันธมิตรด้วยการร่วมทุนทางธุรกิจมากกว่าการลงทุนคนเดียว เพื่อลดความเสี่ยง เพราะธุรกิจคอมมูนิตี้มอลล์เป็นธุรกิจที่ต้องใช้ระยะเวลาในการคุ้มทุนอย่างไม่ต่ำกว่า 8-10 ปี” นายสุพจน์ กล่าว

ทั้งนี้ แม้ว่าขณะนี้บริษัทจะยังไม่ได้ข้อสรุปในเรื่องของการร่วมทุนขยายธุรกิจคอมมูนิตี้มอลล์กับพันธมิตร แต่เบื้องต้นบริษัทก็มีแผนที่จะทำโครงการมิกซ์ยูสด้วยตัวเอง โดยการทดลองทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในรูปแบบคอนโดมิเนียมโลว์ไรส์ จำนวน 8 ชั้น ในย่านกรุงเทพฯ ตอนเหนือ เพื่อเป็นการทดลองตลาดก่อนที่จะขยายธุรกิจคอมมูนิตี้ มอลล์ควบคู่ไปกับการทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในอนาคต

นายสุพจน์ กล่าวอีกว่า ในส่วนของธุรกิจอื่นๆ ในเครือไม่ว่าจะเป็นศูนย์จำหน่ายสินค้าไอทีและมือถือภายใต้ชื่อ ไอที จังชั่น หรือตลาดจำหน่ายสินค้าทุกประเภทภายใต้ชื่อ เจมาร์เก็ต บริษัทก็ยังคงเดินหน้าขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่อง โดยในส่วนของไอที จังชั่น บริษัทมีแผนที่จะขยายสาขาปีละไม่ต่ำกว่า 10 สาขา ภายใต้งบลงทุนสาขาละ 3-5 ล้านบาท ปัจจุบันมี 48 สาขา ขณะที่ตลาดเจมาร์เก็ต ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างทดลองผลการตอบรับ แต่หากมีที่ดินเหมาะสมก็จะเดินหน้าขยายสาขาทันทีภายใต้งบลงทุนสาขาละ 50 ล้านบาท ปัจจุบันมี 2 สาขา หลังจากเดินหน้าขยายธุรกิจต่อเนื่อง คาดว่าสิ้นปี 2559 นี้จะมีรายได้เติบโตตามเป้าที่ 30% จากปี 2558 ที่มีรายได้ 539 ล้านบาท

ข่าวล่าสุด

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค