
คอนซูเมอร์ลุ้นโต
สินค้าคอนซูเมอร์หวังภาพรวมปีนี้โตได้ 6% ดีกว่าปีก่อน หากไตรมาสท้ายไม่เกิดเหตุป่วน ส่วนกลุ่มอาหารหวั่นปีนี้ปลุกไม่ขึ้น
สินค้าคอนซูเมอร์หวังภาพรวมปีนี้โตได้ 6% ดีกว่าปีก่อน หากไตรมาสท้ายไม่เกิดเหตุป่วน ส่วนกลุ่มอาหารหวั่นปีนี้ปลุกไม่ขึ้น
นายบุญฤทธิ์ มหามนตรี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไลอ้อน ประเทศไทย ผู้ผลิตสินค้าอุปโภครายใหญ่เครือสหพัฒนพิบูล เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดสินค้าอุปโภคบริโภคมูลค่า 2 ล้านล้านบาท หากไตรมาส 4 ไม่เกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้นในปีนี้ คาดว่าจะเติบโตได้ 5-6% ถือว่าขยายตัวดีขึ้นเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมาตลาดเติบโต 2-3% เนื่องจากกำลังซื้อของผู้บริโภคเริ่มฟื้นตัวในช่วงครึ่งปีหลังค่อยๆ ฟื้นตัวอย่างช้า
อย่างไรก็ตาม บริษัทคาดว่ารายได้ของบริษัททั้งปีเติบโต 6-7% ต่ำกว่าเป้าหมายที่วางไว้ว่าจะเติบโต 10% แต่ดีกว่าภาพรวมตลาด หลังจากรายได้ 8 เดือนยังต่ำกว่าเป้าหมาย ขณะที่แผนธุรกิจไตรมาส 4 บริษัทยังไม่มีนโยบายปรับแผน เพื่อดำเนินการตลาดเชิงรุกหรือกระตุ้นยอดขาย ส่วนภาพรวมการแข่งขันเชื่อว่าจะมีความรุนแรงอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลยุทธ์ราคาลด แลก แจก แถม ชิงโชค เนื่องจากในขณะนี้มีสินค้าบางกลุ่มที่จำหน่ายได้ดีและบางกลุ่มยังไม่เติบโต
นายอลงกรณ์ ชูจิตร รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท แอลจี อีเลคทรอนิคส์ ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้าแอลจี กล่าวว่า ภาพรวมตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้า 9 เดือน คาดเติบโต 1-2% ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ดีจากภาวะเศรษฐกิจไทยที่ฟื้นตัวอย่างช้าๆ ประกอบกับภาวะเศรษฐกิจโลกที่ยังชะลอตัว โดยตลาดทีวีแม้ว่าจะมี 2 กิจกรรมใหญ่การแข่งขันฟุตบอลยุโรปและโอลิมปิก แต่ตลาดรวมทีวียังคงติดลบ ส่วนเครื่องซักผ้าเติบโต 7-8% เครื่องปรับอากาศเติบโตสูงสุดมากกว่า 15%
ทั้งนี้ บริษัทประเมินว่าภาพรวมเครื่องใช้ไฟฟ้าทั้งปีมูลค่า 7 หมื่นล้านบาท เติบโต 3-4% ต่ำกว่าเป้าหมายที่คาดการณ์ว่าตลาดเติบโต 10% ถือว่าดีกว่าปีที่ผ่านมา ซึ่งตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าเติบโต 2-3% สำหรับการวางระเบิดภาคใต้เชื่อว่าจะส่งผลกระทบต่อจิตวิทยาผู้บริโภคในระยะสั้นๆ โดยบริษัทยังไม่มีปรับแผนตลาดในช่วงไตรมาส 4 เพื่อกระตุ้นยอดขายให้เพิ่มขึ้นและได้ปรับเป้ารายได้จากเดิมตั้งเป้าโต 15% เป็น 10% หรือปิดรายได้ 2.1 หมื่นล้านบาท
น.ส.อัณทิกา ฤกษ์วิบูลย์ศรี ผู้จัดการฝ่ายวางแผนและกลยุทธ์ บริษัท ฮอท พอท ผู้นำธุรกิจร้านอาหารบุฟเฟ่ต์ ฮอท พอท อินเตอร์ บุฟเฟ่ต์ กล่าวว่า บริษัทกังวลการวางระเบิดที่ 7 จังหวัดภาคใต้ จะส่งผลกระทบต่อยอดขายไตรมาส 4 และทำให้รายได้ทั้งปีของบริษัทเติบโต 3% ต่ำกว่าเป้าหมายที่ตั้งเป้าเติบโต 5-10% หรือกว่า 2,000 ล้านบาท เนื่องจากนักท่องเที่ยวหายไปจำนวนมาก และประชาชนไม่กล้าใช้ชีวิตนอกบ้าน จากรายได้ 7 เดือนยังคงเป็นไปตามเป้าหมาย แต่ถ้าหากไม่เกิดเหตุการณ์ซ้ำ และทางการสามารถจับผู้ก่อเหตุได้เร็วก็คงไม่กระทบมาก







