posttoday
กาแฟใน ASEAN

กาแฟใน ASEAN

24 สิงหาคม 2559

โดย...ชาลอต โทณวณิก

โดย...ชาลอต โทณวณิก

ประเทศในแถบอาเซียนมีภูมิประเทศและภูมิอากาศที่เหมาะกับการทำเกษตรกรรมมากอยู่หลายประเทศ และยังมีองค์ประกอบอีกหลากหลายด้าน เช่น แรงงานราคาถูก (ไทยหลุดเรื่องนี้ไปแล้ว จึงต้องไปไทยแลนด์ 4.0) โดยเฉพาะประเทศใน CLMV ที่เข้าข่ายทุกประการ

เหตุที่ดิฉันมาเขียนเกี่ยวกับเรื่องผลิตผลการเกษตรบ่อยๆ เพราะส่วนหนึ่งคือดิฉันต้องช่วยงานประชารัฐ ชุดเศรษฐกิจฐานรากและประชารัฐ (E3) ที่จะต้องเข้าไปช่วยชุมชน (ย้ำว่าระดับชุมชน คือ Area Bases ยังไม่ใช่ Product Bases) ซึ่งจะมี 3 กลุ่มงาน คือ เกษตร แปรรูป และท่องเที่ยวชุมชน ใน จ.เชียงใหม่ และภาคเหนือตอนบนที่เป็นพื้นที่ที่ดิฉันรับผิดชอบอยู่มีการปลูกกาแฟกันมาก จึงได้เป็นที่มาของบทความในครั้งนี้

กาแฟที่มีชื่อเสียงใน ASEAN ถ้านับเรื่องราคาแล้วคงหนีไม่พ้นกาแฟขี้ชะมดของอินโดนีเซีย ที่อาศัยกระเพาะชะมด ชะล้างเมล็ดกาแฟให้ออกมามีคุณภาพที่ดี กิโลกรัมละ 2-5 หมื่นบาท เลยทีเดียว แต่ก็ทราบมาว่าตอนนี้ชะมดของอินโดนีเซียเริ่มเป็นชะมดเลี้ยง ดังนั้นชะมดจะมีความเครียดและไม่เป็นธรรมชาติ ต้องดูกันยาวๆ ว่า ชะมดเลี้ยง คุณภาพของกาแฟจะเป็นอย่างไร

ประเทศที่ใกล้เรามากคือ CLMV นั้น มีเวียดนามที่ส่งออกกาแฟโรบัสต้าเป็นอันดับ 1 ของโลก ตั้งแต่ปี 2555 แซงหน้าบราซิลไปได้อย่างเต็มภาคภูมิ และแบรนด์กาแฟอันดับ 1 ของเวียดนาม คือ จุงเวียง (Trung Nguyen)

อีกประเทศที่มีการปลูกกาแฟและทั้งขายเมล็ดกาแฟส่งออกอย่างเป็นเรื่องเป็นราว คือ สปป.ลาว ซึ่งแน่นอนว่าแบรนด์กาแฟอันดับ 1 ก็คือ กาแฟดาว (Dao Coffee) นั่นเอง

เวียดนามกับ สปป.ลาว มีระยะเวลาในการสร้างผลผลิตเกษตร คือ เมล็ดกาแฟ โดยเวียดนามทำมาประมาณ 30 ปี ทางฝรั่งเศสนำเมล็ดกาแฟมาปลูก ซึ่งกาแฟเวียดนามเป็นโรบัสต้า ซึ่งจะเข้ม ส่วนของ สปป.ลาวจะเป็นอราบิกาเป็นหลัก

สปป.ลาวนั้น ดิฉันเคยไปคุยกับแม่เลี้ยงดาวเรือง แม่เลี้ยง เล่าว่า ประมาณเกือบ 20 ปีที่แล้ว ทางรัฐบาลได้ส่งเสริมให้ปลูกกาแฟ เพราะเห็นว่ากาแฟราคาดี แต่กลับเป็นปัญหาคือ ตอนผลผลิตออกราคากาแฟตกต่ำ ทางรัฐบาลก็ได้ให้แม่เลี้ยงดาวเรืองหาทางแปรรูปกาแฟ โดยรัฐบาลสนับสนุนเพื่อที่จะสร้างมูลค่าเพิ่มได้ เดิมแม่เลี้ยงดาวเรืองไม่ได้ทำอาชีพเกี่ยวกับกาแฟมาก่อน

เนื่องจากเวียดนามมีความชำนาญในเรื่องการแปรรูปกาแฟ ที่ปรึกษาในการทำกาแฟดาวในชุดแรกจึงเป็นชาวเวียดนาม และได้ทำกาแฟคั่วบดในแบรนด์ “Dao” จากนั้นมาแม่เลี้ยงดาวเรืองก็มาครบวงจรในด้านช่องทางการจำหน่าย คือ ขายที่ร้านปลอดภาษีอากรของตนเอง และเมื่อใกล้เปิด AEC จึงได้ส่งกาแฟดาวมาทำตลาดอย่างเป็นรูปธรรม โดยหุ้นกับนักธุรกิจชาวไทยในหลายรูปแบบ ทั้งกาแฟกระป๋อง กาแฟสำเร็จรูป และเป็นร้านกาแฟ ส่วนเมล็ดกาแฟนั้นก็ส่งไปทั้งยุโรปและอเมริกา

ทั้ง สปป.ลาวและเวียดนามมีภูมิประเทศเหมือนกัน คือ เป็นที่ราบสูงที่มีแร่ธาตุใต้ดินที่เคยมาจากลาวาภูเขาไฟบางส่วน และอยู่ในระดับความสูงที่พอเหมาะ อากาศเย็นทั้งปี

ข้อสังเกตจาก 2 ประเทศนี้คือ เบื้องหลังความสำเร็จของพืชผลเกษตรตัวหนึ่ง คือ กาแฟ มาจากการที่ทางรัฐบาลให้การสนับสนุน ทั้งให้ที่ดินที่ดีที่สุดเพาะปลูก ช่วยสนับสนุนการแปรรูป จนมาถึงเรื่องของการให้การสนับสนุนด้านการตลาด โดยให้สิทธิพิเศษต่างๆ จึงถือว่ารัฐบาลเขาให้การสนับสนุนจากต้นทาง กลางทาง ปลายทาง

สุดท้าย การสนับสนุนก็ยังวนกลับมาทำคุณให้ประเทศ คือ เป็นแบรนดิ้งประเทศ “ดาว คอฟฟี่” เป็นแบรนดิ้งประเทศลาว “G7” เป็นแบรนดิ้งเวียดนามที่ทั่วโลกรู้จัก และเมล็ดกาแฟของทั้งสองประเทศก็ไปไกลในระดับโลก แต่หากเรามานึกว่าตอนนี้ แบรนด์สินค้าไทยที่เป็นที่ยอมรับในระดับโลกที่พูดถึงแล้ว “มันใช่” ต้องนึก...นานมากกก

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน