posttoday
กระตุ้นเศรษฐกิจในปท.

กระตุ้นเศรษฐกิจในปท.

24 สิงหาคม 2559

'วิบูลย์ลักษณ์'ว่าที่ปลัดพาณิชย์แจงนโยบายเร่งด่วน

'วิบูลย์ลักษณ์'ว่าที่ปลัดพาณิชย์แจงนโยบายเร่งด่วน

“วิบูลย์ลักษณ์” เร่งสานงานกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศ-กระตุ้นส่งออก-ดูแลสินค้าเกษตร-ค่าครองชีพ

น.ส.วิบูลย์ลักษณ์ ร่วมรักษ์ อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยหลังที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 23 ส.ค.ที่ผ่านมา มีมติแต่งตั้งเป็นปลัดกระทรวงพาณิชย์คนใหม่ แทน น.ส.ชุติมา บุณยประภัศร ปลัดกระทรวงพาณิชย์ ที่จะเกษียณอายุราชการในวันที่ 30 ก.ย.ว่า งานเรื่องด่วนที่จะเร่งดำเนินการ จะเน้นในเรื่องที่เป็นไปตามนโยบายรัฐบาล โดยเฉพาะการดูแลเกษตรกร ทั้งข้าวและสินค้าเกษตรอื่นๆ การดูแลค่าครองชีพให้กับประชาชน การกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศ และการผลักดันการส่งออก ขณะที่ น.ส.ชุติมาเองก็ได้ฝากฝังให้เร่งดำเนินการเรื่องเหล่านี้เช่นกัน

นอกจากนี้ จะเร่งรัดผลักดันนโยบายใหม่ของกระทรวงพาณิชย์ที่จะมุ่งไปสู่การเป็น “พาณิชย์ 4.0” ตามนโยบายของนางอภิรดี ตันตราภรณ์ รมว.พาณิชย์ และรัฐบาล โดยการปรับรูปแบบการทำงานให้ทันต่อเหตุการณ์มากขึ้น

“งานในตำแหน่งใหม่คงต้องมองภาพรวมมากขึ้น ซึ่งก็จะมีการสานงานเดิมที่ทำไว้อยู่แล้วให้ประสบความสำเร็จ โดยเฉพาะการจัดตั้งสถาบันส่งเสริมสินค้าเกษตรนวัตกรรม ที่จะมีบทบาทและมีความสำคัญในอนาคตมาก รวมถึงปีหน้าต้องติดตามราคาสินค้าเกษตรอย่างใกล้ชิด ไม่ว่าจะเป็น ข้าว มันสำปะหลัง ปาล์มน้ำมัน” น.ส.วิบูลย์ลักษณ์ กล่าว

สำหรับประวัติว่าที่ปลัดกระทรวงพาณิชย์คนใหม่ ปัจจุบันอายุ 59 ปี และจะมีเวลาทำงานในตำแหน่ง 1 ปี ก่อนที่จะเกษียณในเดือน ก.ย. 2560 โดยประวัติการทำงานของ น.ส.วิบูลย์ลักษณ์ พบว่าเติบโตมาในสายงานด้านการเจรจาการค้าระหว่างประเทศเป็นหลัก เคยเป็นรองอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา กรมการค้าต่างประเทศ กรมการค้าภายใน จากนั้นเป็นที่ปรึกษาการพาณิชย์ก่อนขยับขึ้นเป็นอธิบดีกรมการค้าภายใน และย้ายไปเป็นเอกอัครราชทูตผู้แทนถาวรไทยประจำ WTO และได้รับการแต่งตั้งเป็นอธิบดีกรมการค้าภายในอีกครั้งเมื่อวันที่ 1 ต.ค. 2558

นายอิสระ ว่องกุศลกิจ ประธานหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า น.ส.วิบูลย์ลักษณ์ ถือเป็นบุคคลที่มีประสบการณ์ทำงานทั้งในและต่างประเทศ เช่น เคยเป็นทูตองค์การการค้าโลกและผ่านงานกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ รวมทั้งยังดูแลด้านการค้าภายใน น่าจะเกิดประโยชน์ต่อการพัฒนาด้านการค้าและการลงทุนของประเทศได้มากขึ้น เนื่องจากช่วงนี้ไทยจำเป็นต้องติดต่อค้าขายกับต่างประเทศมากขึ้น

“สิ่งที่เอกชนอยากเห็น คือ การเปิดตลาดชุมชนและถนนคนเดินแต่ละจังหวัดให้มากขึ้น โดยเฉพาะตลาดในแต่ละอำเภอ เพื่อให้ชุมชนนำสินค้าดีๆ ในท้องถิ่นมาจำหน่ายได้มากขึ้น รวมทั้งผลักดันโครงการประชารัฐต่างๆ” นายอิสระ กล่าว

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน