posttoday
ศิลปะการลงจากหลังม้า

ศิลปะการลงจากหลังม้า

24 สิงหาคม 2559

โดย...กุลฉัตร ฉัตรกุล ณ อยุธยา

โดย...กุลฉัตร ฉัตรกุล ณ อยุธยา

อายุขัยคนเรามีข้อจำกัด หากเมื่อใช้งานไปได้สักช่วงเวลาหนึ่งก็จะต้องถึงเวลาของการหยุดพัก ดังพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงออกแสดงธรรมใน 1 ปี ก็ยังต้องมีเวลาของการหยุดพัก (Refresh) ถึง 3 เดือน หรือ “เข้าพรรษา” แล้วปุถุชนคนธรรมดาอย่างพวกเราไฉนเลยจึงหลงใหลมัวเมาทำแต่การงานไม่หยุดพัก ปล่อยไม่ลง ปลงไม่เป็น ขาดสมดุลงาน ขาดสมดุลชีวิต ทำกิจการงานเพียงเพื่อเงินตรา หามาได้มหาศาลแต่ไม่มีสังขารจะใช้เงิน แต่กลับได้ไปใช้ในห้องไอซียู

พระอาจารย์ ว.วชิรเมธี ได้แสดงปริศนาธรรมเอาไว้อย่างน่าสนใจเกี่ยวกับศิลปะการใช้ชีวิตและการปลดระวางยามเกษียณอายุ ผ่านนิทานปรัชญาเซนว่า มีชายหนุ่มคนหนึ่งเมื่อเรียนจบ บิดาก็ได้มอบม้าให้ตัวหนึ่งแต่ม้าตัวนี้แปลกมากเมื่อใครได้ขึ้นขี่หลังมันแล้วมันจะวิ่งไม่ยอมหยุดและทำให้ผู้ขี่ไม่สามารถลงจากหลังม้าได้ ผู้ขี่ก็ขี่ผ่านกาลเวลานับสิบๆ ปี อยู่มาวันหนึ่งก็ขี่ม้าผ่านถนนคนเดินในเมืองๆ หนึ่ง ประชาชนที่พบเห็นต่างก็ประหลาดใจ จนกระทั่งคนเดินถนนต้องร้องเรียกว่า “คุณลุง จะควบม้าไปที่ไหน ทำไมไม่ช้าลงสักนิด” คุณลุงตอบว่า “ไม่รู้เหมือนกัน ถามมันให้หน่อยสิว่า มันจะพาฉันไปไหน ขี่มาตั้งสิบกว่าปีแล้วไม่มีทีท่าว่าจะหยุด”

เปรียบอุปมาอุปไมย “ม้า” ม้าเหมือนการทำงาน ม้าที่วิ่งอย่างไม่หยุดหย่อน เหมือนการทำงานที่ไม่ยอมหยุดพัก “คนขี่ม้า” เปรียบเสมือนคนที่ไม่ยอมหยุดพักการทำงาน ไม่ยอมว่างเว้นการทำงานเพื่อแสวงหาความสุขมาเติมเต็มให้ชีวิตบ้าง คนเราขี่ม้าที่วิ่งอย่างไม่หยุดหย่อนอย่างนั้น เมื่อลงจากหลังม้าไม่เป็น ก็เสมือนกับทำงานไม่มีวันหยุดหย่อน ยอมจำนนกับการตกอยู่ในสภาวะ “บ้างาน” ขาดศิลปะในการใช้ชีวิตที่รอบคอบอยู่บนหลังม้า แล้วปล่อยให้มันพาเราควบไปยังทุกที่อย่างบ้าคลั่ง

ชีวิตการทำงานของคนเราเปรียบเสมือนศิลปะการขี่ม้า ต้องรู้จักควบ รู้จักผ่อนหนัก ผ่อนเบา เร่งรีบได้และช้าได้ เป็นระยะ เป็นเวลา และที่สำคัญต้องรู้จักที่จะผ่อน หรือผลัดให้ผู้อื่นมาควบแทนบ้าง เมื่อถึงเวลาอันเหมาะสมแล้วก็ลงมาจากอานม้าตัวนั้นอย่างสง่างามยามเกษียณอายุได้อย่างเหมาะสม ผลัดให้คนอื่นๆ ที่ไว้ใจได้ควบขี่นำพาองคาพยพที่สร้างมากับมือให้โลดแล่นอยู่บนหนทางต่อไป หยุดลงปลงได้และไว้ใจผู้อื่นในการทำงาน เปิดโอกาสให้คลื่นลูกใหม่นำพาองค์กรต่อไป ซึ่งไม่ใช่ดูไร้ค่า แต่สามารถไปยืนอยู่บนตำแหน่งที่สูงกว่า คือ เป็นที่ปรึกษาขององค์กรได้อย่างมีเกียรติในขณะที่ยังมีสุขภาพดี เพื่อนำประสบการณ์เก่าๆ มาบอกรุ่นลูกรุ่นหลานในการดำเนินธุรกิจสืบไป จึงจะเป็นการใช้ชีวิตที่มีศิลปะของการขี่ม้าและลงจากอานม้าอย่างสง่าผ่าเผย นับเป็นช่วงเวลาแห่งความภาคภูมิใจของตนและองค์กรอย่างที่สุด

ข่าวล่าสุด

รักชนกชี้ปมเงินบริจาคสุชาดา ไม่ควรนำไปสู่การยุบภูมิใจไทย

รักชนกชี้ปมเงินบริจาคสุชาดา ไม่ควรนำไปสู่การยุบภูมิใจไทย