
ธสน.ยันบาทแข็ง ไม่สะเทือนส่งออก
ธสน.ยันบาทแข็งไม่เป็นอุปสรรคส่งออก วอนลูกค้าปิดความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน เปิดบัญชีสกุลต่างประเทศจับคู่ค่าเงิน
ธสน.ยันบาทแข็งไม่เป็นอุปสรรคส่งออก วอนลูกค้าปิดความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน เปิดบัญชีสกุลต่างประเทศจับคู่ค่าเงิน
ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (ธสน.) ประเมินว่าการแข็งค่าของเงินบาทช่วงนี้อาจไม่ได้กระทบต่อการส่งออก เนื่องจากเงินบาทยังคงเคลื่อนไหวเกาะกลุ่มไปกับสกุลเงินอื่นในภูมิภาค จากเงินทุนเคลื่อนย้ายระหว่างประเทศที่ไหลเข้ามาทั่วภูมิภาค โดยเงินบาทที่แข็งค่า 4% ตั้งแต่ต้นปีสอดคล้องกับค่าเงินของประเทศคู่ค้าและคู่แข่งสำคัญ เช่น มาเลเซียแข็งค่าขึ้นกว่า 7% เกาหลีใต้แข็งค่าขึ้น 5.8% สิงคโปร์แข็งค่าขึ้น 5.2% และเวียดนามแข็งค่าขึ้น 1.9% เป็นต้น ทำให้เงินบาทแม้จะแข็งค่าขึ้นแต่ยังเป็นไปในทิศทางเดียวกับสกุลเงินอื่นในภูมิภาค จึงไม่ส่งผลต่อความได้เปรียบเสียเปรียบต่อภาคส่งออกไทยมากนัก
ทั้งนี้ ผู้ส่งออกไทยควรป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน เช่น การเปิดบัญชีสกุลเงินตราต่างประเทศ เพื่อจับคู่เงินได้กับค่าใช้จ่ายที่เป็นเงินสกุลเดียวกันและการนำเข้าเครื่องจักรและเทคโนโลยีเพิ่ม และในระยะยาวต้องเร่งเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันผ่านการสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ ที่ช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้า เพื่อหลีกเลี่ยงการแข่งขันด้านราคา รวมทั้งเจาะตลาดส่งออกใหม่ที่มีศักยภาพและมองหาช่องทางการลงทุนต่างประเทศ เพื่อสร้างโอกาสและลดข้อจำกัดปัญหาเชิงโครงสร้างในประเทศ
อย่างไรก็ตาม ค่าเงินบาทที่อ่อนค่าในช่วง 3 ปีที่ผ่านมาจาก 28 บาท/เหรียญสหรัฐในปี 2556 จนทะลุ 36 บาท/เหรียญสหรัฐ ในปี 2558 หรืออ่อนค่า 22% ถือว่าอ่อนค่ากว่าค่าเงินคู่แข่งเกือบทุกสกุล แต่ปรากฏว่าการส่งออกของไทยกลับหดตัว 3 ปีติดต่อกัน ต่างจากเวียดนามที่ต้นปี 2559 เงินด่องแข็งค่าขึ้นในทิศทางเดียวกับเงินบาท แต่การส่งออกของเวียดนามยังขยายตัวได้ดีต่อเนื่อง สะท้อนว่าปัจจุบันยังมีปัจจัยพื้นฐานอื่นๆ ที่มีผลต่อการแข่งขันของภาคส่งออกมากกว่าค่าเงิน เช่น ภาวะเศรษฐกิจของประเทศคู่ค้า การสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ รวมถึงการผลิตสินค้าที่ตรงกับความต้องการของผู้บริโภค







