posttoday
The Rise of Silver Age (1)

The Rise of Silver Age (1)

23 สิงหาคม 2559

โดย...อิสระ วงศ์รุ่ง

โดย...อิสระ วงศ์รุ่ง

“อีก 40 ปีข้างหน้า เป็นไปได้ที่ประเทศไทย จะมีผู้สูงอายุมากกว่าเด็ก ถึงเกือบ 2 เท่า” คือคำกล่าวที่ไม่น่าจะเกินความเป็นจริงในสภาวะปัจจุบันที่กำลังส่งผลต่ออนาคตของประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางด้านตลาดแรงงานทุกภาคอุตสาหกรรม และการเตรียมความพร้อมทางด้านบริการต่างๆ ทางสังคมโดยเฉพาะจากทางภาครัฐ 

ตัวเลขหนึ่งทางด้านประชากรศาสตร์ที่น่าสนใจ คือ อัตราการเกิดของประชากรของประเทศไทย ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมามีแนวโน้มที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยการสำรวจล่าสุดเมื่อปี 2558 อัตราการเกิดของประชากรของประเทศไทย มีอัตราต่ำสุดในรอบ 10 ปี ที่ประมาณ 7 แสนกว่าราย ย่อมส่งผลต่ออัตราการเพิ่มขึ้นสุทธิของประชากรของประเทศไทย และมีแนวโน้มในอนาคตไม่เกิน 20 ปี ที่อัตราการเพิ่มขึ้นสุทธิของประชากรของประเทศไทยจะมีอัตราการเพิ่มขึ้นสุทธิเท่ากับ
ร้อยละ 0 กล่าวคือ อัตราการเกิดเท่ากับอัตราการเสียชีวิต ซึ่งปัจจุบันอายุของประชากรของประเทศไทยมีอายุที่ยืนยาวขึ้น สืบเนื่องมาจากการพัฒนาด้านสาธารณสุขและเทคโนโลยีทางด้านการแพทย์

ประเด็นที่น่าพิจารณาต่อมาคือ จำนวนสมาชิกครอบครัวเฉลี่ยของประเทศไทย ที่เดิมจะเป็นการอยู่อาศัยแบบครอบครัวขนาดใหญ่ แต่ปัจจุบันด้วยสภาพแวดล้อมและภาวะทางเศรษฐกิจ จะเห็นได้ว่าขนาดของครอบครัวของประเทศไทยมีค่าเฉลี่ยจำนวนสมาชิกที่ล่าสุดน่าจะต่ำกว่า 3 คน/ครอบครัว ซึ่งผลดังกล่าวเกิดเนื่องจากปัจจุบันมีอัตราการเกิดใหม่ต่ำลง คนแต่งงานช้าลง เนื่องจากเงื่อนไขของอาชีพการงาน รวมถึงทัศนคติต่อ “ชีวิตคู่” ที่เปลี่ยนแปลงไป ก็เป็นองค์ประกอบทำให้ผู้คนเลือกอยู่เป็นโสดมากกว่า ซึ่งจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงของสัดส่วนของประชากรของประเทศไทย

ปัจจัยเหล่านี้ย่อมส่งผลกระทบต่อนโยบายทางด้านรัฐไปโดยปริยาย โดยเฉพาะสังคมผู้สูงอายุ ที่คาดการณ์ว่าภายในปี 2564 ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์ โดยจะมีจำนวนประชากรผู้สูงอายุสูงถึง 1 ใน 5 หรือร้อยละ 20 ของประชากรทั้งหมดและคาดว่าจะเป็นสังคมสูงวัยระดับสุดยอด คือ มีผู้สูงอายุมากถึงร้อยละ 30 ในอีก 20 ปี หรือในปี 2578 ทำให้มีความจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับสังคมไทยที่ต้องเตรียมความพร้อมรับมือต่อการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว

อีกข้อมูลที่สำคัญก็คือ ตัวเลขแหล่งรายได้หลักในการดำรงชีวิตของผู้สูงอายุไทย ณ ปัจจุบัน มากกว่าร้อยละ 55 ที่ผู้สูงอายุต้องพึ่งพิงรายได้จากผู้อื่น เช่น ลูกหลาน คู่สมรส เบี้ยยังชีพ สวัสดิการต่างๆ ในขณะที่มากกว่าร้อยละ 30 ที่ผู้สูงอายุในปัจจุบัน ยังต้องทำงานหารายได้เอง ทำให้เห็นว่าเมื่อเปรียบเทียบตัวเลขแหล่งรายได้หลักของผู้สูงอายุในปัจจุบัน กับสัดส่วนของประชากรของประเทศไทยในอนาคตอันใกล้นี้ เช่น ภายใน 5-20 ปีข้างหน้า จะเห็นได้ว่ามีความเป็นไปได้ที่ผู้สูงอายุจะขาดความมั่นคงในการดำเนินชีวิต เนื่องจากไม่สามารถดูแลตัวเองในการดำรงชีพประจำวันได้

แนวทางการเตรียมความพร้อมรวมถึงการวางแผนระยะยาวเพื่อให้เกิดเสถียรภาพ ทั้งทางด้านสังคมและเศรษฐกิจ สำหรับการเปลี่ยนแปลงทางด้านสังคมดังกล่าว จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งในปัจจุบัน 

ทั้งนี้ ณ ปัจจุบัน กลุ่มประชากรที่จะเป็นผู้สูงอายุในอนาคต 5-20 ปีข้างหน้า ยังอยู่ในตลาดแรงงาน ยังคงประกอบอาชีพ และมีแหล่งหรือยังสามารถหารายได้ให้กับตนเองและครอบครัวอยู่ ดังนั้นการทำให้ประชากรกลุ่มดังกล่าวตระหนักและมีการวางแผนจึงมีความสำคัญ

อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงทางด้านโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ อาจจะมีความสำคัญเช่นกันในการเตรียมความพร้อม เนื่องด้วยประชากรกลุ่มดังกล่าวส่วนใหญ่มีความคุ้นเคยกับโลกสมัยใหม่ ที่คุ้นเคยกับการใช้อินเทอร์เน็ต คุ้นเคยกับการทำธุรกรรมออนไลน์ คุ้นเคยกับสมาร์ทโฟน ถึงแม้ไม่ได้เกิดมาพร้อมอินเทอร์เน็ต แต่ถือได้ว่าเป็นกลุ่มแรกๆ ที่ได้ใช้อินเทอร์เน็ต โครงสร้างพื้นฐาน
ดังกล่าวจะช่วยในการเตรียมความพร้อมและการรับมือกับสังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มรูปแบบ เป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล โดยเฉพาะตามแผนเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัล (Digital Economy หรือ DE) ของทางรัฐบาล ที่จะช่วยให้เศรษฐกิจและสังคมที่ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร จะเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการปฏิรูปกระบวนการผลิต การดำเนินธุรกิจ การค้า การบริการ การศึกษา การสาธารณสุข การบริหารราชการแผ่นดิน รวมทั้งกิจกรรมทางเศรษฐกิจและสังคมอื่นๆ ที่ส่งผลต่อการพัฒนาทางเศรษฐกิจ การพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในสังคม ที่จะเป็นตัวช่วยผลักดันให้การเตรียมความพร้อมของประเทศไทย สำหรับสังคมผู้สูงอายุแบบเต็มรูปแบบ ซึ่งน่าจะเข้ามาช่วยการจัดการสังคมผู้สูงอายุในอนาคตได้เป็นอย่างดี

ในฉบับหน้า ผมจะมากล่าวถึงว่า ในฐานะสถาบันการเงิน แล้วเราจะเตรียมความพร้อมให้กับสังคมกลุ่มนี้อย่างไร เพื่อให้คนกลุ่มนี้มีความพร้อม ความมั่นใจ และรู้สึกถึงความมั่นคงในการดำรงชีพของตนเองในอนาคต

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน