
โปเกมอน โก... ไทยแลนด์ 5.0
เกมโปเกมอน โกได้สร้างกระแสตอบรับจากคนทั่วโลกที่เข้ามาเล่นเกมนี้ จนเกิดการวิจารณ์ทั้งในแง่บวกและแง่ลบ บ้างก็กังวลเรื่องที่เด็กนักเรียนจะมัวแต่สนใจไปหาตัวโปเกมอน จนไม่สนใจอ่านหนังสือ บ้างก็เป็นห่วงว่า คนที่ขับรถตามหาตัวโปเกมอนจะไม่ปลอดภัยจนเกิดอุบัติเหตุต่างๆ นานา แต่สิ่งหนึ่งที่เราสังเกตเห็นได้ชัดเจน คือ “ยิ่งห้าม เหมือนยิ่งยุ” แม้แต่ผู้ใหญ่จากที่ไม่สนใจ ยังต้องให้ลูกหลานช่วยดาวน์โหลดเกมนี้มาลองเล่นกันแทบทุกครอบครัว
เกมโปเกมอน โกได้สร้างกระแสตอบรับจากคนทั่วโลกที่เข้ามาเล่นเกมนี้ จนเกิดการวิจารณ์ทั้งในแง่บวกและแง่ลบ บ้างก็กังวลเรื่องที่เด็กนักเรียนจะมัวแต่สนใจไปหาตัวโปเกมอน จนไม่สนใจอ่านหนังสือ บ้างก็เป็นห่วงว่า คนที่ขับรถตามหาตัวโปเกมอนจะไม่ปลอดภัยจนเกิดอุบัติเหตุต่างๆ นานา แต่สิ่งหนึ่งที่เราสังเกตเห็นได้ชัดเจน คือ “ยิ่งห้าม เหมือนยิ่งยุ” แม้แต่ผู้ใหญ่จากที่ไม่สนใจ ยังต้องให้ลูกหลานช่วยดาวน์โหลดเกมนี้มาลองเล่นกันแทบทุกครอบครัว
ปรากฏการณ์โปเกมอน โก พิสูจน์ได้ชัดเจนว่า ไม่มีใครในโลกนี้ เวลานี้ จะหลุดรอดจากอิทธิพลของ “โลกเสมือน” หรือโลกของดิจิทัลคอมพิวเตอร์ได้อีกต่อไป เกมโปเกมอน โกที่สร้างขึ้นโดยบริษัทเอกชนผู้ผลิตเกมนินเทนโด ร่วมกับกูเกิล ด้วยทีมงานโปรแกรมเมอร์ เริ่มต้นเพียงแค่หยิบมือ แต่กลับสามารถสร้างอิทธิพล เข้าถึงทุกคนบนโลกนี้ได้อย่างมหัศจรรย์
ปัจจุบันรัฐบาลประกาศนโยบาย “ไทยแลนด์ 4.0” คือ การผลักดันเศรษฐกิจไทยสู่ยุคเทคโนโลยี โดยอาศัยนวัตกรรมเป็นตัวขับเคลื่อน มาถูกทางที่สุดแล้ว เพียงแต่โลกใบนี้ไปไกลกว่า 4.0 คือได้ก้าวเข้าสู่ยุค 5.0 ไปนานพอสมควรแล้ว คือ ยุคของโลกเสมือนไร้ตัวตน ไร้พรมแดนดังเช่น เกมโปเกมอน โก ที่เข้าถึงพฤติกรรมของผู้เล่นนับพันล้านคนโดยสามารถวิเคราะห์ถึงพฤติกรรม การเดินทาง บ้าน ที่ทำงาน ร้านที่เข้าประจำ ความสนใจส่วนตัว และอื่นๆ เพื่อเป็นข้อมูลที่สร้างประโยชน์ทางการค้าของผู้สร้างเกมได้
ไทยอย่ามองเรื่องนี้ด้วยความกลัว อย่าเสียเวลาไปห้าม ไปบล็อก ยากมากครับ ควรมองเรื่องนี้เป็นแรงผลัก แรงบันดาลใจ เพื่อเปลี่ยนบทบาทคนไทยจาก “ผู้ซื้อ ผู้ใช้ ผู้ตาม” มาเป็น “ผู้คิด ผู้สร้าง ผู้ควบคุม” บ้าง เพราะการเขียนโปรแกรมเกมไม่ได้ยากซับซ้อนจนเด็กไทยทำไม่ได้ เด็กภาควิศวกรรมคอมพิวเตอร์ หรือไอทีของมหาวิทยาลัยไทย มีศักยภาพทำได้แน่นอน แต่เราไม่ได้ถูกสอนให้คิด ให้สร้าง ก็เลยเป็นเพียงผู้ใช้ ผู้ตาม อยู่อย่างนั้น
มหาวิทยาลัยในต่างประเทศสร้างหลักสูตร Game Engineering หรือวิศวกรรมเกมมานานแล้ว ในอเมริกาก็มีทั้ง MIT (Massachusetts Institute of Technology) ที่ตั้งศูนย์ปฏิบัติการด้านสื่อ (Media Labs) ทั้ง CMU (Carnegie Mellon University) และทั้ง NYU (New York University) ก็เปิดสอนสาขาด้านวิศวกรรมเกม เพื่อวิจัยและพัฒนาเกมที่เป็นระบบเสมือนจริง สร้างความกลมกลืนระหว่างมนุษย์และคอมพิวเตอร์ (Human-Computer Interaction, HCI) จนแทบแยกกันไม่ออกมาหลายสิบปีแล้ว เพราะมีวิสัยทัศน์ ใช้อิทธิพลของโลกยุคดิจิทัลโซเชียลมีเดีย ให้เข้าถึงทุกคนได้ง่ายที่สุด โดยไม่รู้ตัว นำไปสู่โลกที่ไม่ต้องมีคีย์บอร์ด ไม่ต้องมีคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ มีเพียงโทรศัพท์มือถือแบบสมาร์ทโฟน กับข้อมูลบุคคล ทุกคนก็เข้ามาในโลกเสมือนนี้ได้
ดังนั้น หากไทยเรายังคงมองแค่ไทยแลนด์ 4.0 เท่านั้น คงอาจยังไม่พอที่จะต่อสู้ในสมรภูมิโลกเสมือนในอนาคต และหลักสูตรด้านไอทีของมหาวิทยาลัยไทยก็ยังคงตามหลังอยู่มาก หากไม่ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยชั้นนำในต่างประเทศที่มีงานวิจัยที่ล้ำหน้ามากๆ ก็ไม่มีทางตามเค้าทัน
เกมโปเกมอน โกจึงตอกย้ำความจำเป็นในการเร่งพัฒนาการศึกษาและวิจัยทางด้านไอทีของไทย ที่ต้องถูกปลุกให้ตื่นเสียที การสอนการเขียนโปรแกรมแบบเดิมๆ และหลักสูตรที่ถูกควบคุมให้เหมือนกันทุกโรงเรียน ทุกมหาวิทยาลัย ตกยุคไปแล้วจริงๆ เพราะสมรภูมิการเรียนการสอนไม่ได้อยู่ในห้องเรียนอีกต่อไปแล้ว แต่เป็นสมรภูมิโลกภายนอกที่ไร้พรมแดน และต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์แบบสุดๆ
กระแสโปเกมอน โกดูแล้วน่าจะดีสำหรับการที่เราจะเริ่ม โก...ไทยแลนด์ 5.0







