
การกระจายความเสี่ยง ยังมีความสำคัญ
ในช่วงเดือนที่ผ่านมา ผลตอบแทนจากการลงทุน ไม่ว่าจะเป็นหุ้น พันธบัตรรัฐบาล หรือทองคำ ปรับตัวขึ้นในทิศทางเดียวกัน ทั้งที่ในสถานการณ์ปกติ ควรจะเคลื่อนไหวในทิศทางตรงกันข้าม จากปัจจัยพื้นฐานที่แตกต่าง เมื่อนักลงทุนคาดว่าจะเกิดปัญหาด้านเศรษฐกิจ จะหันเข้าหาทองคำพันธบัตรรัฐบาล ต่างกันตรงที่ว่า นักลงทุนที่เลือกทองคำเชื่อว่าการกระตุ้นเศรษฐกิจโดยการอัดฉีดสภาพคล่องเข้าสู่ระบบ จะก่อให้เกิดเงินเฟ้อ (ราคาทองคำปรับเพิ่มขึ้นตามภาวะเงินเฟ้อ) และทำให้เงินสดมีอำนาจซื้อลดลง แต่ในทางกลับกัน ผู้ที่เลือกลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลเชื่อว่านโยบายการเงินต่างๆ จะนำไปสู่ภาวะอัตราดอกเบี้ยต่ำในระยะยาว (ราคาพันธบัตรปรับสูงขึ้นจากดอกเบี้ยที่ลดต่ำลง) และเงินเฟ้อจะยังไม่กลับมาในอนาคตอันใกล้ ส่วนนักลงทุนที่เชื่อว่าการกระตุ้นเศรษฐกิจจะแก้ปัญหาในระยะยาวได้ และเงินเฟ้อจะเข้าสู่ระดับปกติ จะเลือกลงทุนในหุ้น ที่ให้ผลตอบแทนดีกว่าการลงทุนประเภทอื่นในช่วงเงินเฟ้อปกติ
ในช่วงเดือนที่ผ่านมา ผลตอบแทนจากการลงทุน ไม่ว่าจะเป็นหุ้น พันธบัตรรัฐบาล หรือทองคำ ปรับตัวขึ้นในทิศทางเดียวกัน ทั้งที่ในสถานการณ์ปกติ ควรจะเคลื่อนไหวในทิศทางตรงกันข้าม จากปัจจัยพื้นฐานที่แตกต่าง เมื่อนักลงทุนคาดว่าจะเกิดปัญหาด้านเศรษฐกิจ จะหันเข้าหาทองคำพันธบัตรรัฐบาล ต่างกันตรงที่ว่า นักลงทุนที่เลือกทองคำเชื่อว่าการกระตุ้นเศรษฐกิจโดยการอัดฉีดสภาพคล่องเข้าสู่ระบบ จะก่อให้เกิดเงินเฟ้อ (ราคาทองคำปรับเพิ่มขึ้นตามภาวะเงินเฟ้อ) และทำให้เงินสดมีอำนาจซื้อลดลง แต่ในทางกลับกัน ผู้ที่เลือกลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลเชื่อว่านโยบายการเงินต่างๆ จะนำไปสู่ภาวะอัตราดอกเบี้ยต่ำในระยะยาว (ราคาพันธบัตรปรับสูงขึ้นจากดอกเบี้ยที่ลดต่ำลง) และเงินเฟ้อจะยังไม่กลับมาในอนาคตอันใกล้ ส่วนนักลงทุนที่เชื่อว่าการกระตุ้นเศรษฐกิจจะแก้ปัญหาในระยะยาวได้ และเงินเฟ้อจะเข้าสู่ระดับปกติ จะเลือกลงทุนในหุ้น ที่ให้ผลตอบแทนดีกว่าการลงทุนประเภทอื่นในช่วงเงินเฟ้อปกติ
การปรับตัวเพิ่มขึ้นของผลตอบแทนของสินทรัพย์ทุกประเภท เกิดหลังจาก Brexit หรือการลงประชามติของอังกฤษในการออกจากอียู ทำให้เศรษฐกิจอังกฤษเกิดภาวะชะงักงัน และอาจก่อให้เกิดการหดตัวของเศรษฐกิจอีกด้วย ผลกระทบของ Brexit ซ้ำเติมการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกมากขึ้น และทำให้ธนาคารกลางสำคัญของโลก ตั้งแต่ธนาคารกลางยุโรป อังกฤษ ญี่ปุ่น และจีน ไม่น่ามีทางเลือกอื่น นอกจากตัดสินใจกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยการอัดฉีดสภาพคล่อง หรือเพิ่มปริมาณเงินเข้าสู่ระบบมากขึ้น และขยายเวลาการทำให้ยาวขึ้นอีกด้วย
การประสานเสียงอัดฉีดสภาพคล่องเพื่อแก้ไขเศรษฐกิจขนาดมโหฬารนี้ ไม่ค่อยเกิดขึ้นมาก่อน และยากในการคาดเดาผลที่จะตามมา โดยเฉพาะผลต่อภาวะเงินเฟ้อของโลก นักลงทุนแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มที่มีความเชื่อแตกต่างกันเกี่ยวกับเงินเฟ้อหลังการกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่ละกลุ่มต่างก็พากันเข้าซื้อทองคำ พันธบัตร หรือหุ้น ตามมุมมองของตน
แต่ปรากฏการณ์นี้ไม่น่าอยู่ได้ในระยะยาว และเป็นไปได้ที่สินทรัพย์ใดสินทรัพย์หนึ่งต้องปรับตัวลดลง หากต้องเลือกสินทรัพย์ที่ดูจะปลอดภัยที่สุดจากการปรับตัวลดลง น่าจะเป็นพันธบัตรรัฐบาล ที่พื้นฐานแล้วได้ประโยชน์จากการเข้าซื้อจากแพ็กเกจกระตุ้นเศรษฐกิจ และให้ผลตอบแทนที่ดีจากส่วนต่างราคา (Capital gain) ในภาวะดอกเบี้ยต่ำ (ที่คาดว่าจะต่ำไปอีกนาน)
ดังนั้น พันธบัตรรัฐบาลยังคงเป็นเครื่องมือที่ดีในการกระจายความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุนในระยะยาว เพื่อช่วยลดผลขาดทุนได้หากเกิดการปรับตัวลงของตลาดหุ้นในอนาคต







