
รับจีนบุกไทย30ล้านคน
แนะตั้งรับกำลังซื้อคนจีนเที่ยวไทย 30 ล้านคน พร้อมกระตุ้นลงทุน เพิ่มสินค้านวัตกรรมบุกตลาด
แนะตั้งรับกำลังซื้อคนจีนเที่ยวไทย 30 ล้านคน พร้อมกระตุ้นลงทุน เพิ่มสินค้านวัตกรรมบุกตลาด
นางมิ่งสรรพ์ ขาวสอาด กรรมการสภาวิจัยแห่งชาติ และกรรมการที่ปรึกษาศูนย์วิจัยยุทธศาสตร์ไทย-จีน กล่าวในงานสัมมนาวิจัยยุทธศาสตร์ไทย-จีน ว่า ยุทธศาสตร์สำคัญที่ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจไทย-จีน คือภาคการท่องเที่ยว ซึ่งแปรผกผันกับภาวะเศรษฐกิจที่กำลังชะลอตัว โดยในช่วงระยะเวลากว่า 30 ปีเศษ ที่จีนสามารถพัฒนาระบบเศรษฐกิจอย่างรวดเร็วทำให้รายได้เฉลี่ยของประชาชน (GDP) ต่อหัว เพิ่มขึ้นถึง 25 เท่า และยังทำให้กำลังการจับจ่ายใช้สอยของประชาชนจีนเพิ่มมากขึ้นด้วย
ทั้งนี้ คาดว่าในอีก 3-4 ปีข้างหน้า คนจีนท่องเที่ยวไทยเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 70% ต่อปี หรือจะมีนักท่องเที่ยวจีนกว่า 30 ล้านคนเดินทางเข้ามายังประเทศไทย ซึ่งไทยเป็นประเทศ 1 ใน 5 ของโลก ที่มีรายได้หลักจากภาคการท่องเที่ยว นอกเหนือจากเม็ดเงินที่ไหลเข้ามากับการเดินทางท่องเที่ยวของชาวจีนนั้น ยังเป็นการดึงดูดการหลั่งไหลเข้ามาของนักลงทุนสู่ประเทศไทยด้วย
นายซวี่ผวีเหวียน รองผู้อำนวยการสถาบันวิจัยเส้นทางสายไหม มหาวิทยาลัยหวาเฉียว เปิดเผยว่า จากการศึกษาพบว่าในปี 2555 การลงทุนระหว่างไทยและจีนลดลง และไทยยังคงขาดดุลการค้ากับประเทศจีน เนื่องจากสินค้าที่ไทยส่งออกเป็นสินค้าพื้นฐานถึง 40% อาทิ สินค้าเกษตรและวัตถุดิบ จึงอยากเสนอแนะให้ไทยส่งออกสินค้าที่มีนวัตกรรม เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ และสนับสนุนให้นักลงทุนไทย บุกตลาดจีนมากขึ้น เพราะไทยยังลงทุนในประเทศจีนไม่มากนัก เมื่อเทียบกับประเทศในกลุ่มอาเซียนด้วยกัน อย่างมาเลเซีย และสิงคโปร์
ขณะที่จีนควรเพิ่มการลงทุนในประเทศไทยเช่นกัน แม้ว่านักลงทุนจีนจะเข้าไปลงทุนในไทยมากขึ้น แต่ยังน้อยกว่าญี่ปุ่นที่เป็นประเทศในเอเชียเหมือนกัน
ทั้งนี้ จีนยังคงให้ความสำคัญกับไทย เนื่องจากมีทำเลที่ตั้งที่เหมาะสมในการเป็นศูนย์กลางคมนาคมของภูมิภาคทั้งทางบกและทางน้ำ เป็นระเบียงเศรษฐกิจที่สามารถเชื่อมโยงจีนกับอาเซียน ซึ่งการก่อตั้งธนาคารเพื่อการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของเอเชีย หรือ AIIB จะเข้ามาสนับสนุนภาคการเงินให้กับอาเซียน เพื่อพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ระบบรถไฟไทย-จีน การลงทุนสร้างท่าเรือมาบตาพุด เพื่อยกระดับกรุงเทพฯ ให้มีบทบาทในภูมิภาคอาเซียนมากขึ้น
“การลงทุนปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐาน เป็นยุทธศาสตร์หลักเพื่อสร้างความเข้มแข็งของไทย-จีน ภายใต้การชะลอตัวของเศรษฐกิจ รวมทั้งการสนับสนุนการค้าการลงทุนในเขตการค้าเสรีจีน-อาเซียน (CAFTA)” นายซวี่ผวีเหวียน กล่าว







