
‘เอเอซีพี’วางแผนรับมือม็อบ
เจอยอดเคลมค้างเป็นหมื่น หวั่นกระทบธุรกิจสนง.ใหญ่
โพสต์ทูเดย์
— เอเอซีพีหวั่นม็อบหวนคืน พร้อมติดตามรายวันเตรียมแผนรับมือ หลังได้บทเรียนยอดเคลมค้างเป็นหมื่นรายนายสรรค์ชัย ลาภสัมปันน์ชัย รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท อยุธยา อลิอันซ์ ซี.พี. ประกันชีวิต หรือเอเอซีพี เปิดเผยว่า ในช่วงครึ่งปีหลังนี้บริษัทจะมีการประเมินสถานการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งแบบรายวันและรายเดือน เพื่อจะได้วางเป็นแผนรับมือกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น หากมีแนวโน้มว่าจะเกิดเหตุการณ์ความไม่สงบเหมือนกับช่วงครึ่งปีแรก รวมถึงการปรับปรุงผลิตภัณฑ์ เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์การใช้ชีวิตกับคนในปัจจุบัน แม้ว่าบางแบบประกันอาจต้องขาดทุน
“
ช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมาบริษัททำงานลำบากโดยเฉพาะช่วงเดือนเม.ย.พ.ค. เนื่องจากสำนักงานใหญ่ของบริษัทตั้งอยู่ใกล้เคียงกับพื้นที่การชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง ทำให้ตัวแทนส่งงานไม่ได้ และพนักงานไม่สามารถเข้าทำงานได้ตามปกติ จึงส่งผลให้เกิดการติดค้างเรื่องการเคลมของลูกค้าอยู่หลายหมื่นราย” นายสรรค์ชัย กล่าวสำหรับผลดำเนินงานในช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมา บริษัทมีเบี้ยรับรวม 7,839 ล้านบาท เติบโตจากปีก่อน 11% เป็นเบี้ยจากช่องทางตัวแทนประมาณ 1,000 ล้านบาท จากเป้าทั้งปีตั้งไว้ที่ 4,000 ล้านบาท ผ่านตัวแทนที่ทำงาน 4,000 คน จากทั้งหมดที่มีอยู่ 2 หมื่นคน
อย่างไรก็ตาม คาดว่าในช่วงครึ่งปีหลังจะมีตัวแทนเข้ามาเพิ่มอีก 1.8 หมื่นคน ส่งผลให้ทั้งปีบริษัทมีตัวแทนทั้งหมด 3.8 หมื่นคน ส่วนหนึ่งมาจากการพัฒนาเรื่องของหลักสูตรการอบรมที่เป็นนโยบายจากบริษัท อลิอันซ์ภูมิภาคเอเชีย โดยใช้งบประมาณกว่า 200 ล้านบาท แม้ว่ายอดการสมัครตัวแทนจะลดลงจากกฎเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) กำหนดไว้อย่างเข้มงวด การติดตามให้ผู้สมัครมาออกรหัสตัวแทนจึงยากขึ้น แต่คาดว่าตัวแทนที่เข้ามาจะมีคุณภาพและสามารถพัฒนาให้เป็นตัวแทนเต็มเวลาและเป็นอาชีพหลักได้
นอกจากนี้ บริษัทยังได้มีการอบรมตัวแทนและผู้บริหารตัวแทนโดยใช้หลักสูตรต่างๆ อาทิ Pro fessional Pattern of Selling :PPS เพื่อเพิ่มอัตราการทำงานให้สูงขึ้น มีผลงานต่อเนื่อง และสามารถพัฒนาไปสู่การเป็นตัวแทนที่สามารถขายผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตควบหน่วยลงทุนหรือยูนิตลิงค์ได้ในอนาคต ส่วนหนึ่งจะเป็นการรองรับกลุ่มลูกค้ารายใหญ่ที่บริษัทอยู่ระหว่างการขยายตลาด การขยายลูกค้ารายใหญ่จะต่อยอดจากลูกค้ารายย่อยกลุ่มเดิมที่บริษัทมีอยู่ ทั้งนี้การรุกตลาดดังกล่าวจึงเป็นแผนที่เตรียมแข่งขันกันในธุรกิจประกันชีวิตด้วย
สำหรับผลิตภัณฑ์ยูนิตลิงค์ ที่จะออกมารองรับความต้องการของกลุ่มลูกค้ารายใหญ่ ซึ่งต้องการผลตอบแทนจากการลงทุนยังอยู่ระหว่างการศึกษารูปแบบ
“
เราเชื่อว่าสุดท้ายการแข่งขันที่รุนแรงในตลาดธุรกิจประกันชีวิต จะส่งผลดีกับลูกค้าเพราะมีตัวเลือกเพิ่มขึ้น” นายสรรค์ชัย กล่าว






