
น้ำเมาชงตีความกฎหมาย
สมาคมธุรกิจแอลกอฮอล์ร้องรัฐยื่นเรื่องคณะกรรมการกฤษฎีกา ตีความโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
สมาคมธุรกิจแอลกอฮอล์ร้องรัฐยื่นเรื่องคณะกรรมการกฤษฎีกา ตีความโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
นายธนากร คุปตจิตต์ ประธานสมาคมธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไทย เปิดเผยในงานเสวนากฎหมายโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ว่า อยากขอความชัดเจนเกี่ยวกับกฎหมายมาตรา 32 แห่ง พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2551 โดยต้องการให้หน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงสาธารณสุขยื่นเรื่องให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ซึ่งเป็นที่ปรึกษากฎหมายของภาครัฐตีความกฎหมายข้อนี้ให้ชัดเจน เพื่อให้เอกชนทราบแนวปฏิบัติที่ถูกต้องชัดเจนและโปร่งใส จะได้ยุติปัญหาที่ได้รับร้องเรียนมากจากรายย่อย
ทั้งนี้ ที่ผ่านมามีร้านค้ารายย่อยมากกว่า 100 ร้าน ถูกจับดำเนินคดีมาตรานี้ เนื่องจากมีโปสเตอร์ วัสดุอุปกรณ์ติดตราสินค้า ชื่อเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และถูกเจ้าพนักงานใช้ดุลพินิจแต่ละบุคคลดำเนินการ ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลพวงจากการให้สินบนนำจับ และร้านค้าหลายรายมักยอมรับสารภาพจะได้จบเรื่องโดยไม่เสียเวลา อีกทั้งนโยบายที่ไม่ชัดเจนยังนำไปสู่การโฆษณาแบบศรีธนญชัยด้วย
นายประมาณ เลืองวัฒนะวณิช ทนายความและผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย กล่าวว่า มาตรา 32 วรรค 1 ระบุว่า “ห้ามมิให้ผู้ใดโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หรือแสดงชื่อหรือเครื่องหมายของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อันเป็นการอวดอ้างสรรพคุณหรือชักจูงใจผู้อื่นดื่มโดยตรงหรือโดยอ้อม” เป็นประโยคสั้นๆ ไม่ชัดเจนทำให้มีปัญหาการตีความ และเจ้าหน้าที่มักไม่ได้เอาความรู้สึกคนทั่วไปจำนวนมากพิจารณา แต่เอาเรื่องเล็กน้อยมาแปลความ
“หวังว่าอนาคตการควบคุมโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จะมีแนวทางที่ดีขึ้น ควรใช้ดุลพินิจให้น้อยที่สุดแต่ให้มีกฎเกณฑ์ ระเบียบขั้นตอนชัดเจน จนกระทั่งมีสิ่งใดเกิดขึ้นไม่ชัดเจนแล้วค่อยมาใช้ดุลพินิจ” นายประมาณ กล่าว
ขณะที่ปัจจุบันกฎหมายฉบับนี้ ใช้ดุลพินิจตั้งแต่เริ่มต้นทำให้เกิดความสับสนในการปฏิบัติ คนขายไม่รู้ว่าอะไรผิดอะไรถูก อะไรทำได้หรือไม่ได้ และส่วนใหญ่ผู้ที่ถูกจับก็คือรายเล็กๆ ดังนั้นดีที่สุดคือตีความว่าแค่ไหนที่เรียกว่าชักจูง หรือโอ้อวดสรรพคุณ
นางพิจิตรา สึคาโมโต้ อาจารย์ประจำคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า นโยบายคุ้มครองผู้บริโภคควรมีเหตุผลอยู่บนพื้นฐานว่าพลเมืองคิดเป็น คิดเองได้ และถ่วงดุลกับการเป็นสินค้าหนึ่งที่สร้างรายได้ให้ประเทศด้วย







