
ฮิตาชิฯ ส่งเพนทาโฮ เจาะองค์กรใช้บิ๊กดาต้า
โดย...ณัฏฐ์ธยาน์ สุทธิเจริญ
โดย...ณัฏฐ์ธยาน์ สุทธิเจริญ
จำนวนข้อมูลที่มีอยู่ในโลกนี้อย่างมหาศาลที่เรียกว่า บิ๊กดาต้า นั้น ศูนย์วิจัยกสิกรไทยได้คาดการณ์มูลค่าตลาดบิ๊กดาต้าแบบลงทุนระบบวิเคราะห์ข้อมูลเองของภาคธุรกิจไทยปี 2559 น่าจะอยู่ที่ 1,084.6-1,109.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.5-11.9% ซึ่งขยายตัวอย่างต่อเนื่องจากปี 2558 ที่เติบโต 8.9% และมองว่าในอีก 5 ปีข้างหน้า มูลค่าตลาดดังกล่าวน่าจะเติบโตเฉลี่ย 9.6% ต่อปี ทำให้ในปี 2564 มูลค่าตลาดน่าจะอยู่ที่กว่า 1,638 ล้านบาท
มารุต มณีสถิตย์ กรรมการผู้จัดการประจำประเทศไทย และพม่า บริษัท ฮิตาชิ ดาต้า ซิสเต็มส์ พีทีอี ลิมิเต็ด กล่าวว่า ธุรกิจที่มีข้อมูลจำนวนมากในมือไม่ว่าจะเป็น เฮลท์แคร์ ค้าปลีก โทรคมนาคม ภาครัฐ เริ่มต้องการเครื่องมือที่จะเข้ามาช่วยจัดการวิเคราะห์และประมวลผลมากขึ้น เพราะข้อมูลเหล่านี้จะช่วยสร้างโอกาสใหม่ๆ ให้ภาคธุรกิจมากขึ้น
“การลงทุนในช่วงครึ่งปีหลังของภาคธุรกิจนั้น มีปัจจัยบวกมากกว่าครึ่งปีแรกแน่นอน หากไม่มีปัญหาด้านการเมืองภาคเอกชนก็พร้อมเดินหน้าลงทุนต่อ ซึ่งช่วงนี้ภาพรวมประเทศค่อนข้างนิ่ง ทำให้ภาคธุรกิจด้วยกันเองกล้าที่จะแข่งขันและลงทุนมากขึ้น ที่สำคัญหากโครงการสนับสนุนด้านดิจิทัลอีโคโนมีของประเทศยังเดินหน้าต่อ ภาคเอกชนก็มีแนวโน้มลงทุนใหม่ๆ ต่อเนื่อง”
สำหรับการลงทุนเรื่องบิ๊กดาต้าของไทยนั้น เริ่มเห็นผลมาจากการลงทุนด้านคลาวด์ คอนเทนต์และโซเชียลมีเดียของภาคธุรกิจในช่วงก่อนหน้านี้ ขั้นต่อมาคือภาคธุรกิจเหล่านี้เริ่มมองหาเครื่องมือที่จะมาช่วยวิเคราะห์และสร้างประโยชน์ต่อยอดมากขึ้น ทำให้องค์กรที่เห็นความสำคัญด้านดิจิทัลทรานสฟอร์เมชั่น (Digital Transformation) ต้องการโซลูชั่นที่ทำงานเชิงวิเคราะห์ได้บนแพลตฟอร์มเดิมที่องค์กรต่างลงทุนไปก่อนหน้านี้
“การวิเคราะห์ข้อมูลจากบิ๊กดาต้านั้น ต้องเป็นข้อมูลที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ถึงจะเรียกว่าเป็นการนำข้อมูลที่ถูกต้องมาใช้งาน”
ด้วยพฤติกรรมของคนที่เชื่อมต่อโลกออนไลน์ผ่านช่องทางต่างๆ จากอุปกรณ์พกพาอย่างสมาร์ทโฟน สมาร์ทวอตช์ คอมพิวเตอร์หรือแท็บเล็ต และเก็บข้อมูลต่างๆ ไว้ในอีเมล โซเชียลมีเดีย หรือฐานข้อมูลของผู้ผลิต ทำให้องค์กรผู้ผลิตสินค้าและบริการด้านอินเทอร์เน็ตออฟธิงค์ (IOT) มีจำนวนข้อมูลมหาศาลในมืออยู่แล้ว แต่อยู่ที่ว่าองค์กรเหล่านี้ จะเลือกหยิบข้อมูลส่วนไหนมาใช้งาน หรือพัฒนาออกมาเป็นสินค้าและบริการใหม่ที่ตรงกับความต้องการของตลาด
แม้ว่าจะมีบริษัทซอฟต์แวร์ด้านการวิเคราะห์บิ๊กดาต้าหลายค่ายในตลาดอยู่แล้ว แต่จะเป็นในรูปแบบของการประมวลผลความเป็นไปได้ของข้อมูลเท่านั้น ขณะที่บริการใหม่ของฮิตาชิ ดาต้า ซิสเต็มส์ที่เรียกว่า ซอฟต์แวร์เพนทาโฮ (Pentaho) นั้น จะเป็นระบบที่ช่วยจัดการข้อมูล ทำรายงานในรูปแบบต่างๆ และวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกเพื่อให้เจ้าของธุรกิจตัดสินใจว่าจะนำผลที่ได้ไปใช้ทำสิ่งใดต่อ
“การจัดแบ่งประเภทข้อมูลที่เหมาะสมได้ตั้งแต่ต้นทาง จะช่วยให้แยกประเภทของข้อมูลที่มีประโยชน์และไม่มีประโยชน์ได้ รวมทั้งนำไปใช้ในเชิงธุรกิจได้ง่ายขึ้น”
อย่างไรก็ตาม การ์ดเนอร์ได้ถอดบิ๊กดาต้าออกจากการเป็นเทรนด์ไอทียุคใหม่ไปแล้ว เพราะถือว่าเป็นโซลูชั่นสำคัญที่ลูกค้าควรนำไปใช้งานด้านการวิเคราะห์ฐานลูกค้าในมือ เพื่อตอบโจทย์การทำธุรกิจสำหรับอนาคต เพราะการทำธุรกิจยุคใหม่อาจไม่ได้หมายถึงรายได้อันมหาศาลตั้งแต่วันแรกที่เริ่มต้น แต่การได้มาของข้อมูลส่วนตัว พฤติกรรมการใช้งานโลกดิจิทัลและการใช้จ่ายแบบออนไลน์ต่างๆ ถือว่าเป็นข้อมูลสำคัญที่ช่วยสร้างโอกาสของรายได้และรูปแบบธุรกิจใหม่สำหรับอนาคต เรียกได้ว่าเป็นการทำธุรกิจอย่างชาญฉลาด หรือ Smart Business นั่นเอง







