posttoday
เล็งต่อยอดธุรกิจ

เล็งต่อยอดธุรกิจ

19 สิงหาคม 2559

ในฐานะเป็นผู้จำหน่ายผลิตภัณฑ์ไอทีครบวงจร ประกอบกับทิศทางการเติบโตของตลาดสินค้าไอทีหลายส่วน อาทิ สมาร์ทโฟน เน็ตเวิร์ก และอุปกรณ์เกี่ยวเนื่อง รวมถึงการขยายตัวตามเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าไปทุกวันอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นเหล่าบริษัทผู้ผลิตที่อยู่ในตลาดนี้รวมถึงบริษัท ซินเน็ค (ประเทศไทย) จึงต้องพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการให้รองรับสถานการณ์ตลอดเวลา

ในฐานะเป็นผู้จำหน่ายผลิตภัณฑ์ไอทีครบวงจร ประกอบกับทิศทางการเติบโตของตลาดสินค้าไอทีหลายส่วน อาทิ สมาร์ทโฟน เน็ตเวิร์ก และอุปกรณ์เกี่ยวเนื่อง รวมถึงการขยายตัวตามเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าไปทุกวันอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นเหล่าบริษัทผู้ผลิตที่อยู่ในตลาดนี้รวมถึงบริษัท ซินเน็ค (ประเทศไทย) จึงต้องพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการให้รองรับสถานการณ์ตลอดเวลา

สุธิดา มงคลสุธี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซินเน็ค (ประเทศไทย) กล่าวว่า บริษัทมีแผนขยายธุรกิจในรูปแบบการควบรวมกิจการ (M&A) เพื่อเป็นการต่อยอดธุรกิจสินค้าในกลุ่มไอที โดยคาดว่าจะใช้เงินลงทุนมูลค่าราว 400 ล้านบาท และจะได้ข้อสรุปอีกครั้งในช่วงไตรมาส 4/2559

นอกจากนี้ บริษัทยังมองเห็นโอกาสในการขยายตัวเข้ารับบริหารงานในศูนย์บริการ โดยล่าสุดได้เป็นผู้ดูแลศูนย์บริการของหัวเว่ย เป็นสาขาแรกที่ศูนย์การค้า เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ ซึ่งถือเป็นแห่งแรกที่ได้เป็นตัวแทนในการให้บริการแก่บริษัทผู้ผลิตโทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟน หัวเว่ย ในประเทศไทย

ทั้งนี้ บริษัทได้โฟกัสกลุ่มธุรกิจด้านการบริหารงานศูนย์บริการและการเป็นผู้แทนจำหน่าย (ดิสทริบิวเตอร์) โทรศัพท์มือถือในทุกแบรนด์ โดยมีจุดแข็งหลักในการเป็นผู้แทนจำหน่ายที่มีเซอร์วิสพาร์ตเนอร์จำนวน 62 ราย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นร้านค้ารายใหญ่ในภูมิภาคต่างๆ (โลคัลพาร์ตเนอร์) ที่กระจายอยู่ทุกจังหวัด ขณะที่ศูนย์บริการของซินเน็ค ที่รองรับด้านบริการหลังการขายของผลิตภัณฑ์ที่บริษัทเป็นผู้จำหน่าย มีจำนวน 11 แห่งทั่วประเทศ

“ปัจจุบันสัดส่วนการเข้ารับบริหารงานในศูนย์บริการจะมีไม่มากแต่เชื่อว่าในอนาคตยังมีช่องทางการขยายตัวดี จากจุดแข็งของบริษัทด้านชิ้นส่วนและพาร์ตเนอร์ที่มี”

สำหรับผลประกอบการ 6 เดือนแรกของปี (ม.ค.-มิ.ย.) ของปี 2559 บริษัทมีรายได้รวมอยู่ที่ 10,100 ล้านบาท หรือเติบโตขึ้น 8-10% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และปัจจุบันบริษัทมีฐานลูกค้ารวมอยู่ที่ 5,000 ราย

ขณะที่เป้าหมายทั้งปีของปี 2559 คาดว่าจะมีรายได้รวมอยู่ที่ 2.3 หมื่นล้านบาท หรือเติบโตขึ้น 8-10% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยการเติบโตมาจากปริมาณการใช้สมาร์ทโฟนเป็นหลัก ซึ่งส่งผลดีต่อเนื่องมายังความต้องการชิ้นส่วนอะไหล่ อีกทั้งการเติบโตของตลาดเครือข่ายอินเทอร์เน็ต (เน็ตเวิร์ก) ที่ส่งผลให้ความต้องการผลิตภัณฑ์ที่มีความเกี่ยวเนื่องเติบโตตาม

สุธิดา กล่าวว่า จากการคาดการณ์รายได้รวมของบริษัทแบ่งเป็นสัดส่วน 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ 1.สมาร์ทโฟน 21% 2.ชิ้นส่วน 18%  3.เน็ตเวิร์ก 17% และที่เหลือเป็นอื่นๆ

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน