posttoday
ไอแบงก์หนี้เสียลามไม่หยุด

ไอแบงก์หนี้เสียลามไม่หยุด

17 สิงหาคม 2559

ไอแบงก์กุมขมับ หนี้ทยอยตกชั้น ดันเอ็นพีเอฟแตะ 56% บีไอเอสติดลบ 23%

ไอแบงก์กุมขมับ หนี้ทยอยตกชั้น ดันเอ็นพีเอฟแตะ 56% บีไอเอสติดลบ 23%

แหล่งข่าวจากธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ไอแบงก์) เปิดเผยว่า หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีเอฟ) ของไอแบงก์ ณ สิ้นเดือน ก.ค. 2559 เพิ่มเป็นกว่า 5.37 หมื่นล้านบาท คิดเป็น 56.32% ของสินเชื่อรวมที่มีอยู่ 9.54 หมื่นล้านบาท สูงขึ้นจากเดือนก่อนหน้าที่มีเอ็นพีเอฟ 5.09 หมื่นล้านบาท หรือ 52.93% ของสินเชื่อรวม ส่วนใหญ่เกิดจากลูกหนี้ที่อยู่ในชั้นปกติมีการค้างชำระเกิน 3 เดือนจนเป็นเอ็นพีเอฟกว่า 3,000 ล้านบาท และถือว่าปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่องจากปีก่อนที่มียอดเอ็นพีเอฟอยู่ที่ 40% ของยอดสินเชื่อรวม

สำหรับเอ็นพีเอฟทั้งหมด 5.37 หมื่นล้านบาท คิดเป็นลูกหนี้จำนวน 7.19 หมื่นราย แบ่งเป็นหนี้ชั้นต่ำกว่ามาตรฐาน ที่ค้างชำระหนี้ตั้งแต่ 3 เดือน แต่ไม่เกิน 6 เดือน จำนวน 1.1 หมื่นล้านบาท หนี้ชั้นสงสัย ค้างชำระตั้งแต่ 6 เดือน แต่ไม่เกิน 12 เดือน มีจำนวน 7,182 ล้านบาท และหนี้ชั้นสงสัยจะสูญ ที่ค้างชำระตั้งแต่ 12 เดือนขึ้นไป มีอยู่ 3.5 หมื่นล้านบาท โดยมีการตั้งสำรองค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญรวมทั้งสิ้น 3.1 หมื่นล้านบาท

ขณะที่ลูกหนี้ปกติ ณ สิ้นเดือน ก.ค. 2559 มีอยู่ 4.16 หมื่นล้านบาท เป็นลูกหนี้ชั้นปกติค้างชำระไม่เกิน 1 เดือน มีอยู่ 3.45 หมื่นล้านบาท และลูกหนี้ที่ค้างชำระหนี้ตั้งแต่ 1 เดือน แต่ไม่ถึง 3 เดือน อยู่ 7,168 ล้านบาท ส่งผลให้เงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง (บีไอเอส) ติดลบ 23%

ทั้งนี้ ธนาคารจะต้องเร่งแก้หนี้เสียตามแผนฟื้นฟูที่เสนอให้คณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (คนร.) หรือซูเปอร์บอร์ด ผ่านการปรับโครงสร้างทางการเงิน และให้กระทรวงการคลังตั้งบริษัทบริหารสินทรัพย์ หรือเอเอ็มซี เพื่อรับหนี้เสียที่ไม่ใช่ของชาวมุสลิมออกไป

ด้าน นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) กล่าวว่า ขณะนี้ สคร.ได้เร่งดำเนินการตามมติของ คนร. ในการจัดตั้งเอเอ็มซี มารับโอนหนี้ที่ไม่ใช่ชาวมุสลิมของไอแบงก์กว่า 4 หมื่นล้านบาท โดยจะต้องเร่งให้เสร็จภายในเดือน ส.ค.นี้ จากนั้นจะเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบภายในสิ้นปีนี้

แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า คลังอยู่ระหว่างจัดตั้งเอเอ็มซีมารับซื้อหนี้เสียไอแบงก์ โดยจากการประเมินตัวเลขคุณภาพหนี้ในเบื้องต้น คาดว่าคลังจะรับโอนหนี้ได้ในราคา 1.6-1.8 หมื่น
ล้านบาท โดยจะออกเป็นตั๋วสัญญาให้เงินไอแบงก์ และจะมีการว่าจ้างบริษัทเอกชนเข้ามาบริหารจัดการ จากนั้นธนาคารต้องหารือกับคลังเพื่อทำแผนรองรับการดำเนินงานในอนาคต

ข่าวล่าสุด

รักชนกชี้ปมเงินบริจาคสุชาดา ไม่ควรนำไปสู่การยุบภูมิใจไทย

รักชนกชี้ปมเงินบริจาคสุชาดา ไม่ควรนำไปสู่การยุบภูมิใจไทย