
โตเกียวมารีนขยับเบี้ยขึ้น รับมือดอกเบี้ยพันธบัตรวูบ
โตเกียวมารีนฯ ปรับเบี้ยแบบบำนาญขึ้น 10% สุดอั้นผลตอบแทนพันธบัตรลดวูบ ด้านเมืองไทยฯ อัดแคมเปญ "ความรัก" กวาดยอดครึ่งปีหลัง
โตเกียวมารีนฯ ปรับเบี้ยแบบบำนาญขึ้น 10% สุดอั้นผลตอบแทนพันธบัตรลดวูบ ด้านเมืองไทยฯ อัดแคมเปญ "ความรัก" กวาดยอดครึ่งปีหลัง
นายสมโพชน์ เกียรติไกรวัล รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โตเกียวมารีนประกันชีวิต (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า ในเดือน ก.ย.นี้ บริษัทจะมีการปรับค่าเบี้ยประกันในส่วนของแบบเพนชั่น ชอยส์ ซึ่งเป็นแบบที่ให้ผลตอบแทนแบบบำนาญขึ้นอีกประมาณ 10% เพื่อให้สอดคล้องกับผลตอบแทนที่ได้รับจากพันธบัตรรัฐบาลที่ลดลงอย่างมาก ทำให้บริษัทมีต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น โดยแบบเพนชั่น ชอยส์ นี้ จะได้รับเงินคืนทุกปีตั้งแต่อายุ 60 ปีขึ้นไปถึงอายุ 90 ปี
อย่างไรก็ตาม ในช่วงไตรมาส 3 นี้ บริษัทในกลุ่มโตเกียวมารีน ได้แก่ ไทย มาเลเซีย และสิงคโปร์ ได้จัดให้มีการแข่งขันขายประกันชีวิตเพื่อกระตุ้นยอดขาย และรักษาอัตราการเติบโตให้ได้ตามเป้าหมายที่แต่ละประเทศวางไว้ เพราะไตรมาสนี้เป็นช่วงที่ตลาดค่อนข้างจะชะลอตัวเหมือนกันทั้ง 3 ประเทศ
สำหรับผลการดำเนินงานในช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมา (ม.ค.-มิ.ย.) บริษัทมีกำไรสุทธิ 95 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 87% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 50 ล้านบาท เป็นผลมาจากมีรายได้ 2,578 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 28%
นายสาระ ล่ำซำ กรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต กล่าวว่า ในช่วงครึ่งปีหลังนี้ บริษัทได้จัดรายการส่งเสริมการขาย “รักใครให้ประกัน” เพื่อสนองตอบต่อความต้องการของลูกค้าที่ต้องการส่งมอบความรักให้กับคนสำคัญอย่างครบวงจร ทั้งในด้านการวางแผนการเงินและการบริหารความเสี่ยงผ่านประกันชีวิตแบบครอบคลุม 4 แบบ
ทั้งนี้ ประกอบด้วย 1.แบบ “รักตัวเอง” ด้วยการวางแผนการเงินสำหรับการเกษียณอายุอย่างมีความสุข สามารถเก็บออมผ่านประกันชีวิตแบบบำนาญ 2.แบบ “รักครอบครัว” สามารถบอกรักได้โดยเตรียมวางแผนทางการเงินเพื่อเป็นหลักประกันความมั่นคงให้แก่ครอบครัว รวมถึงการสร้างหลักประกันให้แก่ลูกหลาน 3.แบบ “รักลูก” ด้วยการวางแผนอนาคตทางการศึกษาเพื่อให้แน่ใจว่าลูกรักจะได้มีเงินก้อนสำหรับศึกษาต่อในสิ่งที่ชอบ และ 4.แบบ “รักพ่อแม่” สามารถให้ประกันชีวิตเป็นทางเลือกการแสดงออกถึงความรัก ความห่วงใย และการดูแลเอาใจใส่
อย่างไรก็ตาม ในส่วนของผลการดำเนินงานในช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมา บริษัทยังครองอันดับ 1 ด้านเบี้ยรับใหม่ 18,447 ล้านบาท มีส่วนแบ่งการตลาด 23% เบี้ยรับปีต่อไปทำได้ 33,336 ล้านบาท เติบโตสูงถึง 30% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า มีส่วนแบ่งการตลาด 16% และมีเบี้ยรับรวมอยู่ที่ 51,783 ล้านบาท เติบโต 12% เมื่่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีส่วนแบ่งการตลาด 18%







