
ภาพการลงทุนยังแข็งแกร่ง
โดย...มณฑล จุนชยะ ประธานเจ้าหน้าที่การลงทุน บลจ.วรรณ
โดย...มณฑล จุนชยะ ประธานเจ้าหน้าที่การลงทุน บลจ.วรรณ
ในสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา เหตุก่อวินาศกรรมจะส่งผลเชิงลบต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในระยะสั้น โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว ทั้งโรงแรม สายการบิน และสนามบิน ซึ่งอาจจะกระทบจำนวนนักท่องเที่ยวลดลง 1-2 เดือนหลังจากนี้ไป
อย่างไรก็ดี มองว่าเหตุการณ์ในครั้งนี้เป็นการสร้างสถานการณ์เนื่องจากปัจจัยทางการเมือง ไม่เกี่ยวข้องกับการก่อการร้าย และจะมีผลกระทบต่อภาคการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจไทยค่อนข้างจำกัด ประกอบกับหากภาครัฐบาลสามารถดูแลสถานการณ์ได้ดี มีความคืบหน้าทางคดีให้เห็นอย่างเป็นรูปธรรมและไม่เกิดเหตุการณ์ซ้ำซ้อนขึ้น ผมเชื่อมั่นว่าความเชื่อมั่นของผู้บริโภคจะฟื้นคืนมาได้ ในขณะที่ความเชื่อมั่นของภาคการลงทุนยังไม่ได้ตอบรับเชิงลบจากเหตุการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ เนื่องจากผมมองว่าหากเรามองข้ามเหตุการณ์วินาศกรรมที่เกิดขึ้น ตลาดหุ้นไทยไม่มีปัจจัยลบกดดันความเชื่อมั่นของผู้ลงทุนเลย
ในแง่ของการลงทุนจากสภาพคล่องทั่วโลกอยู่ในระดับสูง และอัตราดอกเบี้ยยังอยู่ในระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ ส่งผลให้เริ่มมีการคาดการณ์ความเป็นไปได้ที่ดัชนีตลาดหุ้นไทยจะปรับตัวขึ้นทดสอบ 1,600 จุด ในช่วง 1-2 เดือนนี้
ปัจจัยบวกที่ยังเห็นได้อย่างชัดเจน คือการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติที่ไหลเข้าสู่ตลาดภูมิภาคและตลาดหุ้นเอเชียอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับเศรษฐกิจภายในประเทศเริ่มเห็นการฟื้นตัวที่ดีขึ้น โดยตัวเลขจีดีพีในไตรมาส 2/2559 เติบโตที่ระดับ 3.5% ซึ่งเป็นระดับที่สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 3.3% สะท้อนได้ว่าแผนกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐให้ผลเชิงบวกต่อระบบเศรษฐกิจในระยะกลางถึงยาว โดยลักษณะของเศรษฐกิจไทยจะฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการเร่งโครงการลงทุนของภาครัฐหลังร่างรัฐธรรมนูญได้รับความเห็นชอบจากประชาชน ในขณะที่ผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนสำหรับไตรมาส 2 ที่ประกาศออกมาก็มีทิศทางที่ดีขึ้น ซึ่งมีความเป็นได้ว่านักวิเคราะห์มีการปรับประมาณการผลตอบแทนของบริษัทจดทะเบียนของตลาดหุ้นไทยในครึ่งปีหลัง
นอกจากนี้ สินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลกยังคงได้รับแรงสนับสนุนจากการผ่อนคลายนโยบายการเงินของธนาคารกลางประเทศต่างๆ มากขึ้น ขณะที่โอกาสการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐปรับลดลงเช่นกัน ส่งผลให้เกิดการไหลเข้าของเงินทุนเข้าสู่สินทรัพย์เสี่ยงโดยเฉพาะกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา อย่างไรก็ดี ภาพการลงทุนในตลาดหุ้นไทยถัดจากนี้จะเปลี่ยนแปลงไปมากน้อยแค่ไหน ผมมองว่าปัจจัยที่ต้องติดตาม คือ นโยบายของผู้สมัครประธานาธิบดีของสหรัฐ และผลการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในเดือน พ.ย. เนื่องจากสหรัฐเป็นประเทศเศรษฐกิจหลัก ดังนั้นนโยบายแต่ละพรรคอาจส่งผลต่อเศรษฐกิจและความผันผวนของการเคลื่อนย้ายเงินทุนในช่วงถัดไป
“ทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทนและความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน"







