
ฝนมาเติมน้ำ 4 เขื่อนหลัก
กรมชลประทานระบุสถานการณ์น้ำใน 4 เขื่อนหลักดีกว่าปี 2558 เหตุฝนมาตามฤดูกาล
กรมชลประทานระบุสถานการณ์น้ำใน 4 เขื่อนหลักดีกว่าปี 2558 เหตุฝนมาตามฤดูกาล
นายสุเทพ น้อยไพโรจน์ อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า ภาพรวมสถานการณ์น้ำในเขื่อนใหญ่ที่สำคัญขณะนี้ มีปริมาณน้ำในภาพรวมดีขึ้นกว่าปี 2558 โดยลุ่มเจ้าพระยา 4 เขื่อนหลัก มีน้ำใช้การได้อยู่ 2,813 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) เขื่อนภูมิพลมีน้ำใช้การได้ 685 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 7% เขื่อนสิริกิติ์ 1,511 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 23% เขื่อนแควน้อย 338 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 38% เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ 279 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 29% รวม 4 เขื่อนคิดเป็นปริมาณน้ำใช้การได้ 15%
ทั้งนี้ สาเหตุที่มีปริมาณน้ำในเขื่อนเพิ่มขึ้น เนื่องจากฝนตกมากในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งเป็นฤดูฝน โดยสถานการณ์น้ำปัจจุบันมีปริมาณฝนมากในพื้นที่ลุ่มน้ำยมและน่าน จึงขอเตือนให้ประชาชนในพื้นที่ลุ่มน้ำยมและน่านระวังน้ำล้นตลิ่ง เนื่องจากร่องความกดอากาศต่ำ หรือร่องฝนพาดผ่านภาคเหนือตอนบน
นอกจากนี้ กรมชลชลประทานยังได้แจ้งเตือนทุกจังหวัดตลอดลุ่มน้ำน่านและลุ่มน้ำยมและปิง เช่น จ.สุโขทัย ต้องเฝ้าระวังปริมาณน้ำที่จะมาจาก จ.พะเยา ในขณะที่ จ.เชียงใหม่ให้เฝ้าระวังน้ำป่าไหลหลากจากปริมาณฝนที่ตกต่อเนื่องในภาคเหนือ ทำให้ได้น้ำเข้าเขื่อนสิริกิติ์ 55 ล้าน ลบ.ม. ขณะนี้พื้นที่ใน จ.น่านมีปัญหาน้ำท่วมจากปริมาณฝนตกหนักเกือบทุกอำเภอ มีปริมาณสูงสุดวัดได้ที่ อ.ปัว มากถึง 188 มม. ทำให้แม่น้ำน่านล้นตลิ่งมีปริมาณน้ำไหลบ่าเข้าตัวเมืองเกิดน้ำท่วมมาก แต่จะเป็นการล้นตลิ่งในเวลาสั้นๆ ซึ่งระยะนี้กำลังเข้าสู่ฤดูฝนไปจนถึงปลายเดือน ก.ย.
“ปริมาณน้ำหลากก้อนนี้ ไม่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ลุ่มภาคกลาง และยังไม่มีผลกระทบกับนาข้าวในเขตชลประทาน มั่นใจว่าปีนี้ไม่เกิดน้ำท่วมใหญ่เหมือนปี 2554 แน่นอน แต่จะมีท่วมเฉพาะจุดเพราะฝนตกหนักเป็นบางพื้นที่ เพราะแนวโน้มฝนยังไม่มาก ปริมาณฝนภาคเหนือต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 5%” นายสุเทพ กล่าว
อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 2 ก.ย.นี้ พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรและสหกรณ์ จะเดินทางไปดูสถานการณ์น้ำที่เขื่อนภูมิพล โดยขณะนี้ปริมาณน้ำใช้การได้รวม 33 เขื่อนใหญ่ ยังน้อยกว่าปี 2558 อยู่ปริมาณ 466 ล้าน ลบ.ม.







