
‘ไทยง้วน’กำไรกระฉูดอานิสงส์เหล็กขยับ
นายบุญชัย จิระพงษ์ตระกูล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยง้วนเมทัล (TYM) เปิดเผยว่า ผลดำเนินงานไตรมาส 3 คาดการณ์ดีต่อเนื่องจากไตรมาส 2 ตามราคาเหล็กที่ขยับขึ้น จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ แต่ขณะนี้เร็วเกินไปที่จะประเมินตัวเลขกำไรสุทธิ
สำหรับไตรมาส 2 ปี 2553 บริษัทมีกำไรสุทธิ 72.40 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 63.95 ล้านบาท หรือ 756.8% จากจำนวน 8.4 ล้านบาท ช่วงเดียวกันปีก่อน งวด 6 เดือนกำไรสุทธิ 102.73 ล้านบาท ดีขึ้นมากจากที่ขาดทุน 45.98 ล้านบาท
กำไรที่ดีขึ้นมาก มาจากรายได้รวม 1,812 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 928 ล้านบาท หรือ 105% จาก 884 ล้านบาท เป็นผลจากการค้าเหล็กและราคาเหล็กปรับตัวขึ้นต่อเนื่องจากไตรมาสแรก โดยราคาขายเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 15% และปริมาณขายเพิ่มขึ้น 83% ส่งผลให้มีกำไรขั้นต้น 7.6% ขณะที่ปีก่อนอยู่ที่ 0.6%
นายอิสระ อัคราพิทักษ์ กรรมการบริษัท จี เจ สตีล (GJS) กล่าวว่า ไตรมาส 2 ปีนี้ขาดทุน 464 ล้านบาท ขาดทุนเพิ่มขึ้น 226.62 ล้านบาท หรือ 95% เทียบกับ 238 ล้านบาท ช่วงเดียวกันปีก่อน รวม 6 เดือน ขาดทุน 429 ล้านบาท ลดลงจาก 5,521 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันปีก่อน
ขณะที่รายได้จากการขายไตรมาส 2 เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 223 ล้านบาท หรือ 6% อย่างไรก็ตาม ช่วงปี 2553 เศรษฐกิจฟื้นตัวช้าๆ ส่งผลให้ราคาขายเฉลี่ยของสินค้าปรับขึ้นและต้นทุนขายเริ่มลดลง ส่วนรายได้อื่นลดลง 31 ล้านบาท เนื่องจากการลดลงของการขายเศษวัสดุและสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐาน
ขณะเดียวกัน ค่าใช้จ่ายการขายเพิ่มขึ้น 8 ล้านบาท เป็น 59 ล้านบาท จากการส่งสินค้าไปขายต่างประเทศมากขึ้น และค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่ม 93 ล้านบาท เป็น 353 ล้านบาท มาจากรับรู้ความเสียหายของเศษเหล็กที่มีสิ่งเจือปน การตั้งขาดทุนสต๊อกสินค้า 44 ล้านบาท และสำรองขาดทุนจากคำสั่งซื้อวัตถุดิบที่ยังไม่ได้รับมอบ 210 ล้านบาท ซึ่งมาจากการลดลงของราคาขายเฉลี่ยสินค้า
นอกจากนี้ คณะกรรมการ GJS มีมติให้บริษัท จีสตีล (GSTEEL) สวมสิทธิการเป็นเจ้าหนี้แทนผู้ขายเครื่องจักร เงินต้น 33.50 ล้านบาท ดอกเบี้ย 6.45 ล้านบาท ซึ่ง GJS ได้เจรจาขอผ่อนผันการชำระค่าเครื่องจักรกับจีสตีล เพื่อรักษาสภาพคล่องเป็นเวลา 3 ปี นับจากวันที่เข้าทำข้อตกลง







