
จีน-ญี่ปุ่นเร่งรถไฟอาเซียน
จีน-ญี่ปุ่นเดินหน้าชิงพื้นที่พัฒนารถไฟความเร็วสูงในอาเซียน โดยเฉพาะโครงการรถไฟเทคโนโลยี หัวกระสุนเชื่อมต่อสิงคโปร์-มาเลเซีย
จีน-ญี่ปุ่นเดินหน้าชิงพื้นที่พัฒนารถไฟความเร็วสูงในอาเซียน โดยเฉพาะโครงการรถไฟเทคโนโลยี หัวกระสุนเชื่อมต่อสิงคโปร์-มาเลเซีย
นายเคอิจิ อิชิอิ รัฐมนตรีกระทรวงที่ดินโครงสร้างพื้นฐาน การคมนาคมและการท่องเที่ยวของญี่ปุ่น เปิดเผยในการเยือนสิงคโปร์ครั้งล่าสุด ว่า โครงการรถไฟเทคโนโลยี หัวกระสุนเชื่อมต่อสิงคโปร์-มาเลเซีย ที่มีกำหนดแล้วเสร็จในปี 2026 ในส่วนการออกแบบและลงทุนรถไฟดังกล่าวเป็นความร่วมมือระหว่างรัฐบาลและเอกชนแบบพีพีพี ทำให้ญี่ปุ่นมีโอกาสชนะในการประมูลสูง
ทั้งนี้ คาดว่าโครงการรถไฟความเร็วสูงระยะทาง 350 กิโลเมตรดังกล่าว ต้องใช้งบลงทุนสูงถึง 1 หมื่นล้านเยน ทว่าสามารถย่นระยะเวลาเดินทางระหว่างเมืองหลวงของทั้งสองประเทศลงเหลือแค่ 90 นาที อย่างไรก็ตามญี่ปุ่นยังชนะการประมูลก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงในไทยเส้นทางกรุงเทพฯ-เชียงใหม่อีกด้วย
ทางด้านประเทศจีนได้เข้าไปลงทุนโครงสร้างพื้นฐานสำหรับรถไฟความเร็วสูงในกรุงกัวลาลัมเปอร์หลายโปรเจกต์ เพื่อรองรับโครงการเส้นทางสายไหมที่จะเชื่อมระหว่างมณฑลยูนนานกับเมืองหลวงของมาเลเซีย
หนึ่งในทูตของมาเลเซียออกมาเปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรี นาจิบ ราซัค ชอบที่จะทำงานกับจีนมากกว่าญี่ปุ่นเนื่องจากความสัมพันธ์อันดีของทั้งสองประเทศในช่วงที่พ่อของเขาเป็นนายกรัฐมนตรี (อับดุล ราซัค)
อย่างไรก็ตาม ประเทศจีนยังมีเมกะโปรเจกต์รถไฟความเร็วสูงเชื่อมต่ออาเซียนและแผ่นดินตะวันตกเฉียงใต้ของจีนภายใต้ชื่อโครงการว่า “เครือข่ายรถไฟแพน-เอเชีย” (Pan-Asia Railway Network) ด้วยระยะทางกว่า 4,500-5,500 กิโลเมตร เพื่อขนส่งสินค้าข้ามภูมิภาคตามนโยบายเส้นทางสายไหม
สำหรับเส้นทางรถไฟสายกลางจะพาดผ่านประเทศจีนสู่ สปป.ลาว ผ่านไทยแล้วไปจบลงที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ในมาเลเซียและต่อไปยังสิงคโปร์ด้วยรถหัวกระสุนญี่ปุ่น ส่วนเส้นทางรถไฟสายตะวันออกจะเริ่มจากประเทศจีนพาดผ่านเวียดนาม กัมพูชาและมาบรรจบกับเส้นทางรถไฟสายกลางที่กรุงเทพฯ ส่วนรถไฟสายตะวันตกจากจีนจะพาดผ่านเมียนมาก่อนที่จะมาบรรจบกันเส้นทางสายกลางที่กรุงเทพฯ เช่นเดียวกัน
นายสมสะหวาด เล่งสะหวัด รองนายกรัฐมนตรี สปป.ลาว เปิดเผยในการประชุมหารือกับจีนที่จัดขึ้นในเวียงจันทน์ครั้งล่าสุดว่า เส้นทางเริ่มแรกระยะทาง 427 กิโลเมตร เชื่อมต่อระหว่างชายแดนจีนกับเวียงจันทน์ ด้วยงบประมาณกว่า 2.1 แสนล้านบาท โดยจีนจะพัฒนาทักษะแรงงานและเปิดศูนย์อุปกรณ์ เทคโนโลยี ที่มณฑลยูนนาน







