
บริษัทจีนลุย รวบกิจการ ต้นทุนถูกลง
บริษัทจีนมีต้นทุนรวบกิจการถูกลง ได้เปรียบคู่แข่งซื้อธุรกิจ ด้านแบงก์พาณิชย์แห่ปล่อยกู้เอกชนสูงขึ้น
บริษัทจีนมีต้นทุนรวบกิจการถูกลง ได้เปรียบคู่แข่งซื้อธุรกิจ ด้านแบงก์พาณิชย์แห่ปล่อยกู้เอกชนสูงขึ้น
สำนักข่าวบลูมเบิร์ก รายงานว่าราคาที่บริษัทจีนจ่ายเพื่อควบรวมกิจการในปีนี้ปรับตัวลดลง โดยอยู่ที่ 14 เท่า ของกำไรก่อนหักภาษีและค่าเสื่อมราคาอื่นๆ (EBIDA) ของบริษัทที่จะเข้าไปควบรวมกิจการ เมื่อเทียบกับ 16 เท่า ในปี 2015 ส่งผลให้การควบรวมกิจการนอกประเทศถูกกว่าการควบรวมกิจการในประเทศ 30%
ซิวา ยัม ประธานหอการค้าสหรัฐ-จีนในชิคาโก กล่าวว่า นโยบายส่งเสริมให้บริษัทจีนขยายกิจการในต่างประเทศของนายกรัฐมนตรี หลี่เค่อเฉียง ส่งผลให้รัฐวิสาหกิจจีนอย่าง ไชน่า เนชั่นแนล เคมีคัล คอร์ปอเรชั่น (เคมไชน่า) และบริษัทประกันภัยอันบัง อินชัวแรนซ์ กรุ๊ป เร่งควบกิจการบริษัทนอกประเทศ โดยค่าใช้จ่ายในการควบรวมกิจการที่ลดลง บ่งชี้ว่าบริษัทจีนได้เปรียบต่างชาติ
ยัม เปิดเผยกับบลูมเบิร์กว่า บริษัทจีนเน้นซื้อกิจการบริษัทที่มีแบรนด์ติดตลาด หรือมีช่องทางจำหน่ายสินค้า ซึ่งจะช่วยสร้างกำไรให้บริษัทจีนต่อไป
ขณะเดียวกัน ธนาคารพาณิชย์จีนปล่อยกู้ให้บริษัทในการควบรวมกิจการเพิ่มขึ้นจากสัดส่วนปีก่อนที่ 0.9% เป็น 4.4% อยู่ที่ 1.99 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 6.91 แสนล้านบาท) ภายในปี 2016 โดยธนาคารพาณิชย์ในระดับเทียร์ 2 เริ่มมีบทบาทมากขึ้นในการปล่อยกู้ โดยก่อนหน้านี้มีเพียงธนาคารขนาดใหญ่ในระดับเทียร์ 1 ที่ปล่อยกู้ให้บริษัทจีนควบรวมกิจการในต่างประเทศ
บลูมเบิร์กรายงานว่า ธนาคารขนาดใหญ่รองลงมาในระดับเทียร์ 2 อย่างธนาคารไชน่า ซิติก แบงก์ อินเตอร์เนชั่นแนล ปล่อยกู้ให้เคมไชน่า 1.27 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 4.41 แสนล้านบาท) เมื่อเดือน มิ.ย. เพื่อซื้อกิจการเกษตรเคมีภัณฑ์ซินเจนทา ขณะที่ ไชน่า เมอร์ชานต์ส แบงก์ ปล่อยเงินกู้ 3,000 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 1.04 แสนล้านบาท) ในการแปรรูปองค์กรของบริษัท เทคโนโลยีฉีฮู 360







