posttoday
ทริกเกอร์หุ้นไทยใกล้เท่าทุน

ทริกเกอร์หุ้นไทยใกล้เท่าทุน

11 สิงหาคม 2559

“มอร์นิ่งสตาร์” เผยทริกเกอร์ฟันด์หุ้นไทยผลตอบแทนกระเตื้อง กองทุนที่ออกเมื่อปี 2558 ใกล้เท่าทุน แต่ยังห่างเป้าหมาย ลุ้นปิดที่ดัชนี 1,600 จุด

“มอร์นิ่งสตาร์” เผยทริกเกอร์ฟันด์หุ้นไทยผลตอบแทนกระเตื้อง กองทุนที่ออกเมื่อปี 2558 ใกล้เท่าทุน แต่ยังห่างเป้าหมาย ลุ้นปิดที่ดัชนี 1,600 จุด

นายกิตติคุณ ธนรัตนพัฒนกิจ นักวิเคราะห์อาวุโส บริษัท มอร์นิ่งสตาร์ รีเสิร์ช (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า หลังจากที่ตลาดหุ้นไทยปรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ทริกเกอร์ฟันด์ที่มีนโยบายลงทุนในตลาดหุ้นไทยมีผลดำเนินงานที่ดีขึ้น โดยเฉพาะกองทุนที่เปิดขายในช่วงปี 2558 ที่ผลตอบแทนเฉลี่ยติดลบประมาณ 1%

อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาจากทริกเกอร์ฟันด์ที่ยังไม่ถึงเป้าหมายที่ตั้งไว้และยังไม่ปิดกองทุน ซึ่งมีอยู่ประมาณ 60 กองทุน จะมีผลตอบแทนเฉลี่ยติดลบประมาณ 3-4% ซึ่งดีกว่าผลตอบแทนเมื่อกลางปี 2559 ที่ติดลบเฉลี่ย 7.07%

“ทริกเกอร์ฟันด์ที่ออกในปี 2558 ใกล้จะเท่าทุนแล้ว แต่ถ้าจะให้ได้ผลตอบแทนตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ ซึ่งส่วนใหญ่ตั้งไว้ประมาณ 6% จะต้องทำให้กองทุนได้ผลตอบแทนเพิ่มจากนี้อีกประมาณ 8-10% หรือดัชนีปรับเพิ่มขึ้นไปอยู่ที่ 1,600 จุดกว่าๆ” นายกิตติคุณ กล่าว

พร้อมกันนี้ นายกิตติคุณ ยังกล่าวอีกว่า ทริกเกอร์ฟันด์ที่มีนโยบายลงทุนหุ้นไทยที่มีโอกาสจะทำผลตอบแทนได้ตามเป้าหมายมากที่สุด จะเป็นกองทุนที่เปิดขายตั้งแต่ช่วงปลายปี 2558 เป็นต้นมา ซึ่งเป็นกองทุนที่มีมูลค่าสินทรัพย์สุทธิต่อกองทุนไม่สูงมาก ดังนั้นแม้ว่าจะขายหุ้นและปิดกองทุนก็จะไม่ได้มีผลกระทบต่อตลาดหุ้นไทยมากนัก

“แต่กองทุนที่ออกมาในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะที่ออกในปี 2557 จะเป็นกองทุนที่มีมูลค่าสินทรัพย์ต่อกองสูงมาก แต่กองทุนเหล่านี้ส่วนใหญ่จะมีมูลค่าสินทรัพย์สุทธิต่อหน่วย ประมาณ 8-9 บาทเท่านั้น ยังต้องกำไรอีกมากกว่าที่จะทำให้มูลค่าสินทรัพย์สุทธิต่อหน่วยกลับขึ้นมาเท่าทุนที่ 10 บาท” นายกิตติคุณ กล่าว

ทั้งนี้ นายกิตติคุณ กล่าวว่า สาเหตุที่ทำให้ทริกเกอร์ฟันด์ที่มีนโยบายลงทุนในหุ้นไทยทำผลงานได้ไม่ดีนักเมื่อเทียบกับตลาดหุ้นไทย เนื่องจากทริกเกอร์ฟันด์ส่วนใหญ่จะเน้นลงทุนในหุ้นที่มีความผันผวนสูงกว่า ซึ่งจะทำให้มีโอกาสในการทำกำไรได้ง่ายกว่าการลงทุนในหุ้นที่มีความผันผวนต่ำหรือหุ้นขนาดใหญ่

“ทริกเกอร์ฟันด์มักจะเหลือหุ้นไม่เหมือนกับกองทุนหุ้นทั่วไป ส่วนใหญ่จะลงทุนหุ้นที่มีเบต้าสูงๆ เพื่อให้มีโอกาสทำกำไรในระยะสั้นๆ ซึ่งในทางกลับกันเมื่อผิดพลาด ขาดทุนมากๆ แล้วจึงทำให้โอกาสที่จะฟื้นกลับมาทำได้ยากขึ้น” นายกิตติคุณ กล่าว

ทริกเกอร์ฟันด์ที่มีผลตอบแทนสูงสุด นับจากต้นปีจนถึงวันที่ 9 ส.ค. 2559 ได้แก่ กองทุนไทยพาณิชย์ ทริกเกอร์ 3% พลัส 3% ฟันด์ บี มีผลตอบแทน 21.4% กองทุนไทยพาณิชย์ ทริกเกอร์ 3% พลัส 3% ฟันด์ ซี มีผลตอบแทน 21.32% และกองทุนวรรณ สปอท 4/2 ฟันด์ มีผลตอบแทน 21.16%

นอกจากนี้ นายกิตติคุณ ยังกล่าวถึงทริกเกอร์ฟันด์ที่มีนโยบายลงทุนในน้ำมัน ทองคำ และหุ้นต่างประเทศ ว่า ยังคงขาดทุนอยู่ในระดับเดียวกับเมื่อกลางปี 2559 โดย ณ 30 มิ.ย. 2559 ทริกเกอร์ฟันด์ที่มีนโยบายลงทุนในกองทุนน้ำมันมีผลขาดทุน 27.88% ซึ่งเป็นผลขาดทุนมากที่สุดในกลุ่มทริกเกอร์ฟันด์ ทองคำขาดทุน 20.43% และหุ้นต่างประเทศขาดทุน 15.87%

“หลังจากเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมาราคาน้ำมันยังคงปรับลดลงไปอีก ขณะที่หุ้นต่างประเทศก็ไม่ได้ปรับเพิ่มขึ้น แม้แต่ทองคำก็ไม่น่าจะปรับเพิ่มจนทำให้ผลตอบแทนของกองทุนขยับขึ้นมากนัก คงมีแต่ตลาดหุ้นไทยที่ปรับเพิ่มขึ้น” นายกิตติคุณ กล่าว

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน