
ไทยพาณิชย์เชื่อนโยบายคลังปี54กระุตุ้นศก.วิ่งฉิว
ไทยพาณิชย์ เชื่อนโยบายการคลัง 2554 กระตุ้นเศรษฐกิจมากกว่าปี 2552-2553 ย้ำฐานะการคลังปึ้ก
ไทยพาณิชย์ เชื่อนโยบายการคลัง 2554 กระตุ้นเศรษฐกิจมากกว่าปี 2552-2553 ย้ำฐานะการคลังปึ้ก
นายเศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ธนาคารไทยพาณิชย์ เปิดเผยว่า นโยบายการคลังปีงบประมาณ 2554 จะกระตุ้นเศรษฐกิจมากกว่าในปี 2552 – 2553 ทั้งนี้งบประมาณส่วนใหญ่คาดว่าจะถูกใช้ไปในรายจ่ายประจำเหมือนช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ทำให้มีรายจ่ายลงทุนไม่มากเท่าที่ควร ดังนั้น ภายใต้งบประมาณ 2554 ทางเลือกเดียวของรัฐในการลงทุนในโครงการใหม่ ๆ คือการกู้
อย่างไรก็ตาม ฐานะการคลังของไทยยังไม่น่าเป็นห่วงทั้งในปัจจุบัน และในอนาคต เนื่องจากปัจจุบันยอดขาดดุลการคลัง และยอดหนี้สาธารณะอยู่ในระดับค่อนข้างต่ำ และในอนาคตแม้หนี้สาธารณะต่อจีดีพีอาจเพิ่มขึ้นแต่จะไม่เพิ่มเร็ว
นายเศรษฐพุฒิ เปิดเผยว่า แม้ว่าปีงบประมาณ 2554 จะมีการตั้งงบประมาณขาดดุลสูงถึง 4.2 แสนล้านบาท หรือ4.1% ของจีดีพี แต่ถ้าหักรายจ่ายที่เกี่ยวกับภาระหนี้ที่ไม่มีส่วนในการกระตุ้นเศรษฐกิจ เช่น รายจ่ายชำระคืนต้นเงินกู้ รายจ่ายชดเชยเงินคงคลัง และรายจ่ายดอกเบี้ย จะเหลือยอดการขาดดุลการคลังที่ไม่รวมรายจ่ายที่เกี่ยวกับภาระหนี้จากการขาดดุลในงบประมาณเพียง 1.78 แสนล้านบาท หรือ 1.7% ของจีดีพี และเมื่อรวมเงินนอกงบประมาณจากมาตรการไทยเข้มแข็งที่น่าจะเบิกจ่ายได้ประมาณ 1.5 แสนล้านบาท หรือ 1.5% ของ จีดีพี จะทำให้เหลือยอดการขาดดุลการคลังที่ไม่รวมรายจ่ายเกี่ยวกับภาระหนี้จากใน และนอกงบประมาณปี 2554 เท่ากับ 3.2 %ของจีดีพีซึ่งมากกว่าปีก่อนๆ
“แต่งบประมาณส่วนใหญ่คาดว่าจะถูกใช้ไปในรายจ่ายประจำเหมือนช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ทำให้มีรายจ่ายลงทุนไม่มากเท่าที่ควร เพราะระหว่างปีงบประมาณ 2544 – 2554 งบประมาณรายจ่ายเพิ่มขึ้น 1.16 ล้านล้านบาท เป็น 2.07 ล้านล้านบาท ในขณะที่รายจ่ายลงทุนเพิ่มขึ้นเพียง 2.4 หมื่นล้านบาท ในทางตรงกันข้ามรายจ่ายประจำเพิ่มขึ้นถึง 1,105 พันล้านบาท ซึ่งอาจพูดได้ว่างบประมาณที่เพิ่มขึ้นกว่า 2 เท่าในช่วง 10 ปีที่ผ่านมาถูกใช้ไปเป็นรายจ่ายประจำนั่นเอง ดังนั้น ภายใต้งบประมาณ 2554 ทางเลือกเดียวของรัฐในการลงทุนในโครงการใหม่ๆ คือการกู้” นายเศรษฐพุฒิ กล่าว
อย่างไรก็ตาม ฐานะการคลังของไทยยังไม่น่าเป็นห่วงทั้งในปัจจุบันและในอนาคต เนื่องจากในปัจจุบันมีความเสี่ยงทางการคลังต่ำ โดยเห็นได้จากยอดหนี้สาธารณะ และขาดดุลการคลังต่อจีดีพีที่ต่ำกว่าประเทศในยุโรปที่มีปัญหาวิกฤติทางการคลังและประเทศเพื่อนบ้าน ส่วนในอนาคตฐานะการคลังก็ยังไม่น่าเป็นห่วง เนื่องจากแม้หนี้สาธารณะต่อจีดีพีอาจเพิ่มขึ้นแต่จะไม่เพิ่มเร็ว







