
TWZ มั่นใจมือถือเฮาส์แบรนด์พร้อมรับ3G
TWZ ประกาศเตรียมพร้อมมือถือเฮาส์แบรนด์ลุย 3G วางแผนครึ่งปีหลัง เตรียมงบ 30 ล้านบาท ปั้นแบรนด์ตลาดหัวเมืองใหญ่ต่างจังหวัด พร้อมขยายตลาดไปยังประเทศเพื่อนบ้าน
TWZ ประกาศเตรียมพร้อมมือถือเฮาส์แบรนด์ลุย 3G วางแผนครึ่งปีหลัง เตรียมงบ 30 ล้านบาท ปั้นแบรนด์ตลาดหัวเมืองใหญ่ต่างจังหวัด พร้อมขยายตลาดไปยังประเทศเพื่อนบ้าน
นายพุทธชาติ รังคสิริ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทีดับบลิวแซด คอร์ปอเรชั่น หรือ TWZ เปิดเผยว่า ความพร้อมในการผลิตสินค้าที่รองรับความเทคโนโลยี 3G นั้น จากการที่ TWZ มีเครือข่ายร้านค้าเป็นของตัวเอง ทำให้ทราบความต้องการของลูกค้า หากในอนาคตมีการเปิดให้บริการ 3G บริษัทฯ ก็มีเทคโนโลยีและมีแอพพลิเคชันที่สำคัญรองรับไว้แล้ว โดยมองว่าการผลิตสินค้าให้ทันกับความต้องการของตลาดไม่ใช่ปัญหา แต่ปัญหาอยู่ที่ 3G จะเกิดได้จริงหรือไม่มากกว่า หากเกิดจริงก็มีความพร้อมผลิตสินค้าได้ทันทีเช่นกัน
สำหรับในครึ่งปีหลัง บริษัทฯ มีแผนใช้งบการตลาดกว่า 30 ล้านบาทเพื่อประชาสัมพันธ์แบรนด์ TWZ ให้เป็นที่รู้จักในตลาดต่างจังหวัดมากขึ้น รวมถึงการเปิดศูนย์บริการเพิ่มเติม ไม่ว่าจะเป็น เชียงใหม่ โคราช นครสวรรค์ หาดใหญ่ เป็นต้น อีกทั้ง ยังมีความพร้อมขยายตลาดไปยังประเทศในแถบเอเชีย เช่น พม่า ลาว กัมพูชา อินเดีย อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ เพื่อเพิ่มสัดส่วนรายได้ให้มากขึ้นผ่านแบรนด์ TWZ
บริษัทฯ ตั้งเป้าให้แบรนด์ TWZ มีส่วนแบ่งในตลาดโทรศัพท์มือถือเฮาส์แบรนด์ 25% ในปี 2554 จากคาดการณ์ว่าจะมีการจำหน่ายโทรศัพท์มือถือเฮาส์แบรนด์ในตลาดอยู่ที่เดือนละ 3-4 แสนเครื่อง
ทั้งนี้ ในครึ่งปีหลัง นอกจากการจัดจำหน่ายโทรศัพท์มือถือที่คาดว่าจะสามารถทำได้ตามเป้าหมายที่วางไว้แล้ว บริษัทฯ คาดว่าจะสามารถรับรู้รายได้ในส่วนของโครงการอสังหาริมทรัพย์ได้ ซึ่งจะทำให้ผลประกอบการของบริษัทเติบโตดีขึ้นด้วย ส่วนแผนการออกวอแรนท์ให้กับผู้ถือหุ้นเดิม ซึ่งหากมีการใช้สิทธิจากผู้ถือหุ้น บริษัทฯ คาดว่าจะนำเงินทุนที่ได้รับมาใช้ในการเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่ายทั้งในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งสามารถสร้างผลตอบแทนที่ดีขึ้นในปี 2554 และ 2555 ต่อไป
ผลประกอบการไตรมาส 2 บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 34.44 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.97 ล้านบาท คิดเป็น 25.37% จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้กำไรสุทธิงวด 6 เดือน มีกำไรสุทธิ 56.45 ล้านบาท ขณะที่รายได้รวมครึ่งปีแรกสามารถทำได้ 1,931.94 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16.66% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน จึงทำให้มั่นใจว่าสิ้นปีจะสามารถทำได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ที่ 4 พันล้านบาท โดยผลประกอบการที่เพิ่มขึ้นเป็นผลมาจากการขยายช่องทางการจัดจำหน่าย







