
การเดินทาง ของความมั่งคั่ง
โดย...ดร.ศุภกร สุนทรกิจ กรรมการบริหาร สายงาน Wealth Management บริษัทหลักทรัพย์ เอเชีย เวลท์
โดย...ดร.ศุภกร สุนทรกิจ กรรมการบริหาร สายงาน Wealth Management บริษัทหลักทรัพย์ เอเชีย เวลท์
สวัสดีครับท่านผู้อ่านที่รักทุกๆ ท่าน วันนี้ผมอยากพูดถึงเรื่องการบริหารความมั่งคั่งภายใต้ช่วงชีวิตของเรา หรือจะเรียกเป็นภาษาอังกฤษว่า Life Stage Wealth Management ครับ ก่อนอื่นคงต้องให้ความหมายของคำว่า ช่วงชีวิต หรือ Life Stage ซึ่งก็คือช่วงชีวิตของเราๆ ท่านๆ โดยแบ่งตามสถานะของการได้มาและใช้ไปของเงิน รวมถึงการใช้ชีวิตประจำวัน หรือสถานะของการมีภาระของทั้งตัวเราเองและคนที่เราต้องดูแลไม่ว่าจะเป็นลูก หลาน พ่อแม่ที่เข้าวัยชรา เป็นต้น ซึ่งโดยปกติเราสามารถแบ่งช่วงชีวิตของเราออกเป็น 6 ช่วง คือ
1.ช่วงวัยเด็ก อายุ 0-22 ปี
2.ช่วงวัยเริ่มต้น (ทำงานหรือ Start Out) อายุ 23-30 ปี
3.ช่วงต้นของกลางชีวิต (Young Midlife) อายุ 30-40 ปี
4.ช่วงกลางชีวิต (Midlife) อายุ 40-55 ปี
5.ช่วงเตรียมตัวเกษียณ อายุ 55-65 ปี
6.ช่วงวัยเกษียณ อายุ 65 ปี ขึ้นไป
ครับซึ่งจะเห็นว่าถ้าเรามองแต่ละช่วงในรูปของการได้มาของรายได้ภาระค่าใช้จ่ายในแต่ละช่วงอายุจะแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด ในที่นี้ผมจะข้ามช่วงวัยเด็กไปนะครับ เพราะถือว่าเป็นช่วงที่ไม่สามารถหารายได้เองได้ต้องพึ่งพิงจากคนอื่น (ยกเว้นบางคนที่มีมรดกหรือกองทุนหรือเป็นดาราตั้งแต่เด็ก)
ช่วงวัยเริ่มต้นทำงาน เป็นช่วงที่เราเริ่มมีรายได้แต่มักจะไม่มากนักในขณะที่รายจ่ายจะอยู่ในรูปของค่าใช้จ่ายทั่วๆ ไปในชีวิตประจำวัน การสังสรรค์กับเพื่อนฝูง บางคนอาจมีภาระในการศึกษาต่อ ค่าผ่อนรถ ค่าใช้จ่ายในการเดินทางท่องเที่ยว เป็นต้น ช่วงนี้ถ้าใครไม่มีวินัยอาจเกิดภาวะเป็นหนี้สินบัตรเครดิต ได้ง่ายๆ หรือไม่ค่อยมีเงินเหลือเพื่อลงทุน
ช่วงต้นของวัยกลางชีวิต เป็นช่วงที่เรามีรายรับจากเงินเดือนหรือรายได้เสริมอื่นๆ มากขึ้นก็จริง แต่ค่าใช้จ่ายและภาระก็จะมากขึ้นเช่นกัน โดยค่าใช้จ่ายหลักที่เพิ่มขึ้นมักจะมาจากการที่เราเริ่มสร้างครอบครัวแปลว่าต้องเก็บเงินแต่งงาน เริ่มมีบ้านเป็นของตนเอง ทำให้เกิดภาระในการมีหนี้สินระยะยาว นอกเหนือจากค่าใช้จ่ายอื่นๆ ดังนั้น ช่วงนี้ถ้าไม่มีการวางแผนหรือขาดวินัยอาจทำให้เกิดภาวะมีความมั่งคั่งติดลบได้ จึงเป็นช่วงที่เราควรหารายได้เพิ่มเติมหรือวางแผนการมีภาระหนี้สินให้ดีเช่นผ่อนรถให้หมดก่อนค่อยผ่อนบ้านเพื่อไม่ให้เกิดภาระซ้อน การลงทุนจะเริ่มมีความสำคัญมากขึ้ึ้น
ช่วงวัยกลางชีวิต เป็นช่วงที่หลายคนเริ่มเข้าสู่จุดสูงสุดของการเติบโตในหน้าที่การงานทำให้มีรายได้มากขึ้น แต่แน่นอนรายจ่ายก็สูงตามไปด้วย โดยส่วนใหญ่ภาระที่เพิ่มขึ้นมาคือค่าใช้จ่ายในการให้การศึกษาแก่ลูกๆ การเดินทางท่องเที่ยวและใช้ชีวิตที่ต้องมีผู้ติดตามเพิ่มขึ้น การลงทุนและการวางแผนทางการเงินที่เริ่มมีความสำคัญมากขึ้นจนควรเป็นสัดส่วนที่มากขึ้นเมื่อเทียบกับค่าใช้จ่ายอื่นๆ เพื่อให้มั่นใจว่าเราจะมีเงินเพียงพอสำหรับวัยเกษียณ
ช่วงก่อนเกษียณ เป็นช่วงสูงสุดของชีวิตวัยทำงานทั้งตำแหน่งหน้าที่และรายได้ แต่ภาระค่าใช้จ่ายก็มักจะเพิ่มขึ้นเช่นกัน เช่น การขยับขยายหรือต่อเติมบ้านที่อยู่อาศัย ภาระที่ต้องมีต่อพ่อแม่ที่เข้าสู่วัยชราภาพ การลงทุนเพื่อการเกษียณในช่วงนี้ถือว่าเป็นช่วงที่สำคัญที่สุดเช่นกัน นอกจากนั้นการปลดภาระหนี้สินต่างๆ ก็เป็นสิ่งที่ควรกระทำเพื่อไม่ให้เกิดเป็นภาระในอนาคต
ช่วงวัยเกษียณ เป็นช่วงที่เรามักจะไม่มีรายได้จากการทำงาน ดังนั้นการพึ่งพิงรายได้จากเงินลงทุนที่ได้สะสมมาในช่วงชีวิตก่อนหน้าจึงเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด เพื่อให้รองรับค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันรวมถึงรายจ่ายจากงานอดิเรก การสันทนาการ การเดินทางท่องเที่ยว และที่เพิ่มขึ้นมาอีกก็คือค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาสุขภาพ ค่าใช้จ่ายบางส่วนอาจต้องเผื่อไว้สำหรับหลานๆ ที่เริ่มเติบโตขึ้น และสุดท้ายคือการวางแผนมรดก
ครับสุดท้าย ผมก็ขอให้ท่านผู้อ่านทุกๆ ท่านมีความสุขและประสบความสำเร็จในการลงทุนครับ







