posttoday
จับตาดูทิศทางค่าเงินบาทหลังการทำประชามติ

จับตาดูทิศทางค่าเงินบาทหลังการทำประชามติ

08 สิงหาคม 2559

โดย....วรดา ตันติสุนทร

โดย....วรดา ตันติสุนทร

สายงานธุรกิจตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทยมองว่าเงินบาทจะเคลื่อนไหวในกรอบ 34.70-35.10 ในสัปดาห์นี้ ในสัปดาห์นี้เงินบาทน่าจะมีความผันผวนมากขึ้น โดยต้องติดตามผลของประชามติอย่างเป็นทางการว่าจะส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นนักลงทุนต่างชาติมากน้อยเพียงใด ซึ่งหากมีความแน่นอนเรื่องกรอบเวลาของเลือกตั้งมากขึ้นอาจดันให้เงินบาทแข็งค่าขึ้นอีกได้ เนื่องจากจะช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นใจให้กับนักลงทุน

นอกจากนี้ ในสัปดาห์นี้จะมีตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐอย่างยอดค้าปลีกที่สะท้อนถึงการใช้จ่ายในประเทศ โดยตลาดมองว่ายอดค้าปลีกในเดือน ก.ค.ของสหรัฐจะขยายตัว 0.4% เทียบเดือนต่อเดือนประกอบกับตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรที่ออกมา โดยหากตัวเลขการใช้จ่ายในประเทศออกมาแข็งแกร่งตามที่ตลาดคาดการณ์จะส่งผลให้ตลาดเพิ่มความเป็นไปได้ของโอกาสที่เฟดจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายภายในปีนี้ และดันให้เงินเหรียญสหรัฐแข็งค่าขึ้น โดยปัจจุบันตลาดมองว่าโอกาสที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยในเดือน ก.ย. ที่ 18% และโอกาสที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยในเดือน ธ.ค. ที่ 37.3% 

อย่างไรก็ตาม เรามองว่าเงินลงทุนจากต่างชาติยังจะคงไหลเข้าตลาดประเทศเกิดใหม่ เพื่อแสวงหาผลตอบแทนที่สูงขึ้น หลังจากที่ธนาคารกลางอังกฤษออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหม่ที่รวมทั้งการลดดอกเบี้ยนโยบายและการเข้าซื้อพันธบัตรรัฐบาลเพิ่มเติมราว 6 แสนล้านปอนด์ แต่เงินลงทุนที่ไหลเข้ามาในไทยอาจมีทิศทางชะลอลงจากก่อนหน้า

เงินบาทเปิดตลาดที่ระดับ 34.77 อ่อนค่าลงเล็กน้อยในช่วงกลางสัปดาห์หลังจากการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ที่มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 1.50% โดยธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ออกมาแสดงถึงความกังวลต่อเงินบาทที่ปรับแข็งค่าขึ้นในช่วงที่ผ่านมาว่าเป็นความเสี่ยงที่กดดันการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย

นอกจากนี้ ธปท.มองว่าในระยะต่อไปเศรษฐกิจไทยมีความเสี่ยงด้านต่ำเพิ่มขึ้น อย่างความไม่แน่นอนในตลาดโลกหลังจาก BREXIT ปัญหาภาคการเงินในยุโรปและจีน และพัฒนาการทางการเมืองในต่างประเทศ ซึ่งอาจกระทบต่อความเชื่อมั่นและแนวโน้มเศรษฐกิจโลก โดยเงินบาทเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 35.01 ในช่วงท้ายสัปดาห์เงินบาทกลับมาแข็งค่าขึ้นอีกครั้งหลังจากที่ธนาคารกลางอังกฤษประกาศผ่อนคลายนโยบายการเงินเพิ่มเติม ทำให้เงินทุนจากต่างชาติไหลเข้ามาในกลุ่มตลาดประเทศเกิดใหม่ โดยเข้ามาในตลาดหุ้นราว 1,700 ล้านบาท และการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยนเข้ามาในตลาดพันธบัตรราว 3.01 หมื่นล้านบาท โดยเงินบาทปิดตลาดที่ 34.81 (ณ วันศุกร์ เวลา 17.30 น.)

ค่าเงินเยน เปิดตลาดที่ระดับ 102.05 และยังคงมีทิศทางแข็งค่าขึ้นต่อเนื่อง โดยหลังจากที่ตลาดผิดหวังกับมาตรการของธนาคารกลางญี่ปุ่นเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ส่งผลให้เยนแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับเหรียญสหรัฐ ไปอยู่ที่ 100.88 ในช่วงกลางสัปดาห์ ก่อนที่จะอ่อนค่าลงมาเล็กน้อยและปิดตลาดที่ 100.98 (ณ วันศุกร์ เวลา 17.30 น.)

ค่าเงินยูโร เปิดตลาดที่ระดับ 1.1173 แข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับเหรียญสหรัฐหลังจากที่ตัวเลขจีดีพีของสหรัฐออกมาน้อยกว่าที่ตลาดคาดการณ์ คือขยายตัวเพียง 1.2% เทียบไตรมาสต่อไตรมาสในไตรมาส 2 น้อยกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ที่ 2.4% เทียบไตรมาสต่อไตรมาสส่งผลให้เงินยูโรปรับอ่อนค่าลงไปตามค่าเงินปอนด์ โดยเงินยูโรปิดตลาดที่ 1.1147 (ณ วันศุกร์ เวลา 17.30 น.)

สัปดาห์ที่ผ่านมาอัตราผลตอบแทนของพันธบัตรไทยปรับตัวลดลงเมื่อเทียบกับสัปดาห์ที่แล้ว โดยปัจจัยหลักมาจากเงินทุนไหลเข้าซื้อพันธบัตรไทย และกลางสัปดาห์มีการประชุมของ กนง. สิ้นสุดสัปดาห์อัตราผลตอบแทนของพันธบัตรรัฐบาลรุ่นอายุ 3 5 และ 10 ปี อยู่ที่ 1.55% 1.69% และ 2.05% ส่วนผลตอบแทนของหุ้นกู้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือ AAA รุ่นอายุ 3 ปี ลดลง 0.05% อยู่ที่ 1.92 %
คิดเป็น Spread 0.38% รุ่นอายุ 5 ปี ลดลง 0.03% อยู่ที่ 2.03% คิดเป็น Spread 0.36%

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน