
ปิดช่องโหว่ปล้นเงินออนไลน์
...จิตติมา ชวลิตนิมิตรกุล
ข่าวลูกค้าอินเทอร์เน็ตแบงกิงของธนาคาร กรุงเทพ ทำธุรกรรมการเงินออนไลน์เงินสูญหายไป 7 แสนบาท สร้างความสั่นสะเทือนให้กับผู้ใช้บริการทางการเงินออนไลน์ เกิดความไม่มั่นใจว่าระบบที่บอกว่าปลอดภัยนั้นปลอดภัยจริงหรือ และความเสียหายที่เกิดขึ้นใครจะเป็นผู้รับผิดชอบ
คดีดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อกลุ่มแฮกเกอร์ชาวเยอรมันปล่อยไวรัสโทรจันเข้าไปในระบบประมวลผลคอมพิวเตอร์ของเหยื่อขณะกำลังทำธุรกรรมทางการเงินผ่านระบบอินเทอร์เน็ต ทำให้ได้ข้อมูลและรหัสผ่านของเหยื่อนำไปใช้โอนเงินออกจากบัญชีดังกล่าวเข้าอีกบัญชีหนึ่ง แล้วรีบโอนเงินออก โดยเหยื่อชาวไทยรายนี้สูญเงินไปไม่น้อย
ซึ่งตัวแทนจากธนาคารกรุงเทพ ยืนยันต่อกรณีที่เกิดขึ้นว่าไม่ได้เป็นความบกพร่องของระบบเพราะมีระบบป้องกันการแฮกข้อมูลอย่างดี อีกทั้งก่อนจะโอนเงินได้มีการเพิ่มบัญชีบุคคลที่สามและการยืนยันแสดงตัวตน ความผิดพลาดเกิดจากลูกค้า อีกทั้งแฮกเกอร์ได้โจรกรรมข้อมูลฝั่งลูกค้าไม่ใช่ธนาคาร
ที่น่าตกใจคือลูกค้าที่โชคร้ายยืนยันว่า ปกติตัวเองนั้นระมัดระวังในการใช้งานอินเทอร์เน็ตแบงกิงอยู่แล้ว และทำตามขั้นตอนที่ธนาคารแนะนำ จนมาเกิดเงินสูญหายก็ยังไม่รู้ว่าเกิดจากขั้นตอนใด
กลายเป็นประเด็นว่าใครผิดและใครต้องรับผิดชอบ ธนาคารหรือลูกค้า
ยิ่งกว่านั้นผลกระทบไม่ได้กินพื้นที่เพียงธนาคารต้นสังกัดและลูกค้ารายนี้เท่านั้น แต่กระทบกับระบบการเงินโดยรวม เพราะทุกวันนี้ธนาคารต่างกระตุ้นให้ลูกค้าหันมาใช้บริการอิเล็กทรอนิกส์มากขึ้น เพื่อลดต้นทุนหน้าเคาน์เตอร์ลง สอดคล้องกับนโยบายของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่ต้องการลดการใช้เงินสดลง เพื่อประโยชน์ต่อต้นทุนโดยรวมของระบบการชำระเงินของประเทศ แต่ทว่าอัตราเติบโตของการใช้อินเทอร์เน็ตแบงกิงนั้นเติบโตแบบค่อยเป็นค่อยไป การที่เกิดคดีแฮกเกอร์ขึ้นมาอีกกลับซ้ำเติมให้ปริมาณธุรกรรมผ่านอินเทอร์เน็ตช้าลงไปอีก
ร้อนถึง ธปท.ต้องขอความร่วมมือกับธนาคารพาณิชย์ให้รายงานช่องโหว่ของการให้บริการอินเทอร์เน็ตแบงกิง เพื่อจะได้ร่วมกันหาทางอุดช่องโหว่ เพราะข่าวโจรกรรมออนไลน์สร้างผลกระทบอย่างมากต่อความไม่มั่นใจ
อาจ วิเชียรเจริญ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า ธนาคารพาณิชย์ไทยมีระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่ได้มาตรฐานสากล และพยายามพัฒนาให้ทันสมัยตลอดเวลา ถ้ามิจฉาชีพพัฒนาขึ้น ธนาคารก็ต้องพัฒนาให้เท่าทัน จะเห็นได้ว่าธนาคารว่าจ้างที่ปรึกษาและซื้อระบบใหม่ๆ พยายามป้องกันอย่างเต็มที่ จนเรียกได้ว่ามีความปลอดภัย 99.99%
ที่ห่วงคือฝั่งลูกค้ามากกว่าฝั่งธนาคาร เพราะมิจฉาชีพมักจู่โจมลูกค้า เนื่องจากการที่จะมาจู่โจมธนาคารแทบเป็นไปไม่ได้ ยกตัวอย่าง ตู้เอทีเอ็มนั้นปลอดภัย แต่ลูกค้าโดนหลอกจากมิจฉาชีพที่ปลอมเป็นคอลเซ็นเตอร์โทรศัพท์มาหลอกลวง หรือกรณีเอทีเอ็มโดนติดเครื่องคัดลอกข้อมูล (สกิมเมอร์) แถมพัฒนาให้บางลงเรื่อยๆ แนบเนียนขึ้น แต่ธนาคารก็พัฒนาไปอีกขั้น โดยติดเครื่องป้องกันสกิมเมอร์ไว้อีกชั้น
กรณีอินเทอร์เน็ตแบงกิง ธนาคารเตือนลูกค้าที่หน้าเว็บไซต์ให้ระวังฟิชชิง โดยมิจฉาชีพสร้างเว็บไซต์ปลอมที่เหมือนกับเว็บไซต์ของธนาคารมาก การป้องกันคือให้พิมพ์ชื่อเว็บไซต์เอง อย่าเข้าโดยคลิกจากฟอร์เวิร์ดเมลที่ได้รับ หรือเข้าไปในเว็บบอร์ด มีคนแนะนำให้คลิกก็คลิก หรือค้นในกูเกิลแล้วคลิก เพราะเสี่ยงต่อการเข้าไปในเว็บไซต์ปลอมที่สร้างมาดักได้ หรือให้สังเกตแม่กุญแจของเว็บไซต์ (SSL หรือ Security Socket Layer)
กรณีโทรจันให้ระวังอย่าทำธุรกรรมการเงินผ่านร้านอินเทอร์เน็ตซึ่งเป็นคอมพิวเตอร์สาธารณะที่อาจถูกดักชื่อและรหัสผ่านส่วนตัวได้ นอกจากนี้ให้ติดตั้งโปรแกรมแอนตี้ไวรัส โดยใช้เวอร์ชันใหม่ๆ อยู่เสมอจะช่วยได้มาก
นอกจากนี้ ปัจจุบันการให้บริการอินเทอร์เน็ต แบงกิง ธนาคารต่างๆ จะมีรหัสที่ใช้ครั้งต่อครั้ง (One time password) โดยผู้ใช้บริการจะได้รับรหัสผ่านเพื่อยืนยันการทำธุรกรรม ส่วนรหัสดังกล่าวจะถูกติดตั้งไว้ขั้นตอนไหนบ้าง ถี่แค่ไหน ก็ขึ้นกับแต่ละธนาคาร
นายอาจ กล่าวว่า เรื่องความรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น ต้องไปสืบค้นหาความจริงว่าเป็นที่ระบบหรือลูกค้าเองที่ไม่ระวัง เพราะต้องยอมรับว่าลำพังการโอนเงินจากลูกค้าไปยังบุคคลที่ 3 ซึ่งเป็นธุรกรรมปกติ ก็ยังมีการแจ้งเข้ามาทุกวันว่าลูกค้าโอนให้ผิดคน เพราะอาจไม่ได้ตรวจสอบรายชื่อก่อนยืนยันหรือลืมดู ซึ่งธนาคารก็เป็นตัวกลางประสานไปยังบุคคลที่ 3 เพื่อขอเงินคืนให้กับเจ้าของบัญชี ต้องใช้การเจรจาพอสมควร แตกต่างจากกรณีถ้าเป็นความผิดพลาดของพนักงานธนาคารที่โอนไปผิดธนาคารสามารถโอนกลับได้ทันที
“ที่เราบอกว่าอิเล็กทรอนิกส์แบงกิงปลอดภัย 99.99% เพราะนานๆ ครั้งก็มีโอกาสถูกโจมตีได้ โดยโจรใช้ไวรัสที่เพิ่งสร้างในวันนั้นวันเดียวแล้วจู่โจมเลย เรียกว่า Zero day attack แต่ก็เกิดนานๆ ครั้ง จึงเรียกได้ว่าระบบปลอดภัยมาก แต่ธนาคารและลูกค้าต้องร่วมมือกันสอดส่อง ป้องกัน และเป็นหน้าที่ของธนาคารที่ต้องออกมาเตือนซึ่งเตือนน้อยไปก็ไม่ดี ถ้าเตือนมากไปลูกค้าก็อาจจะขวัญหนีว่ามีอะไรหรือเปล่า” อาจ กล่าวปัจจุบันธนาคารต่างๆ พยายามขึ้นคำเตือน ข้อแนะนำ แม้กระทั่งให้ดาวน์โหลดโปรแกรมต่อต้านไวรัสฟรีผ่านเว็บไซต์ของธนาคาร
ไม่มีอะไรปลอดภัยจริง 100% ผู้บริโภคยุคนี้ต้องติดอาวุธให้ตัวเอง โดยศึกษาข้อมูลการใช้บริการให้มากที่สุด สำคัญคือผู้ให้บริการต้องให้ความรู้และดูแลหลังการขายให้ดีที่สุดให้เหมือนกับวันแรกที่เชิญชวนลูกค้ามาใช้บริการ เพราะยิ่งเป็นเรื่องเงินๆ ทองๆ ด้วยแล้ว ความเชื่อมั่นถือเป็นหัวใจสำคัญ







