
ไทย-ญี่ปุ่นลงนามไฮสปีดเทรน คาด50ปีคืนทุน
ไทย-ญี่ปุ่นลงนาม MOC รถไฟความเร็วสูง กรุงเทพฯ-เชียงใหม่ “อาคม” เผยใช้เวลา 50 ปีคืนทุน
ไทย-ญี่ปุ่นลงนาม MOC รถไฟความเร็วสูง กรุงเทพฯ-เชียงใหม่ “อาคม” เผยใช้เวลา 50 ปีคืนทุน
นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม และนายเคอิจิ อิชิอิ รมว.ที่ดิน โครงสร้างพื้นฐาน การขนส่งและการท่องเที่ยวของญี่ปุ่น ร่วมกันลงนามบันทึกความร่วมมือ (MOC) ด้านระบบราง เมื่อวันที่ 6 ส.ค.ที่ผ่านมา โดยนายอาคม เปิดเผยว่า บันทึกความร่วมมือดังกล่าวมีสาระสำคัญ คือ โครงการรถไฟความเร็วสูง กรุงเทพฯ-เชียงใหม่ จะยึดตามบันทึกความร่วมมือฉบับแรกที่ตกลงกันในการใช้เทคโนโลยีรถไฟชินคังเซนเข้ามาใช้ และแยกรางออกมาต่างหากจากระบบรถไฟอื่นๆ โดยแบ่งโครงการเป็น 2 ระยะ ระยะแรก กรุงเทพฯ-พิษณุโลก ระยะที่ 2 พิษณุโลก-เชียงใหม่
นอกจากนี้ ในส่วนของรูปแบบการลงทุนนั้น ทางไทยได้ขอให้ญี่ปุ่นเร่งรัดการศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการให้เสร็จก่อน จากนั้นรัฐบาลไทยถึงจะพิจารณาว่าจะใช้รูปแบบการลงทุนแบบใด แต่ในแง่ผลตอบแทนทางการเงินนั้น โดยปกติแล้ว รถไฟความเร็วสูงให้ผลตอบแทนต่ำเนื่องจากใช้รับส่งผู้โดยสารเป็นหลัก จากการวิเคราะห์ของคณะทำงานด้านเทคนิค คาดว่าจะใช้เวลา 50 ปี ในการคืนทุน ถือเป็นเรื่องปกติ เพราะในญี่ปุ่นเองก็ใช้เวลา 50 ปี กว่าจะคืนทุนเช่นกัน
ขณะเดียวกัน ทางฝ่ายญี่ปุ่นจะให้ความช่วยเหลือในการวางแผนและพัฒนาพื้นที่โดยรอบสถานีรถไฟ เพื่อนำรายได้ที่เกิดขึ้นมาสนับสนุนให้มีผลตอบแทนที่ดีขึ้น โดยจะดำเนินการคู่ขนานไปกับการศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-ญี่ปุ่น
“ขั้นตอนหลังจากนี้ ผลการศึกษาความเป็นไปได้จะแล้วเสร็จในเดือน ต.ค.-พ.ย. จากนั้นเริ่มออกแบบในปี 2560 และเริ่มก่อสร้างปี 2561 ซึ่งผลการศึกษาเบื้องต้นพบว่าการสร้างช่วงกรุงเทพฯ-พิษณุโลก ก่อน ให้ผลตอบแทนดีกว่า เพราะมีเมืองทั้งฝั่งตะวันออกและตะวันตกคอยเสริมผู้โดยสารเข้าสู่ระบบ”นายอาคม กล่าว
ทั้งนี้ ไทยยังขอให้ญี่ปุ่นเร่งรัดการศึกษาเส้นทางรถไฟสายใต้ กาญจนบุรี-แหลมฉบัง-อรัญประเทศ และเส้นทาง East-West บ้านไผ่-นครพนม ให้แล้วเสร็จโดยเร็ว รวมถึงให้ญี่ปุ่นช่วยศึกษาแนวทางการพัฒนาพื้นที่รอบสถานีรถไฟฟ้าบางซื่อ ซึ่งจะนำข้อมูลที่ได้เสนอนายกรัฐมนตรีตัดสินใจทางนโยบายต่อไป







