posttoday
พยุงโชห่วย ฝ่าวิกฤตห้างยักษ์ทุบ ส่งพี่เลี้ยงประกบสอนธุรกิจ

พยุงโชห่วย ฝ่าวิกฤตห้างยักษ์ทุบ ส่งพี่เลี้ยงประกบสอนธุรกิจ

17 สิงหาคม 2553

ในยุคที่การค้าปลีกบ้านเราตกอยู่ในมือห้างค้าปลีกยักษ์ใหญ่แบรนด์ต่างประเทศ ทำให้ร้านค้ารายย่อย หรือโชห่วย ระดับรากหญ้าของไทย ล้มหายไปจากระบบอย่างต่อเนื่อง

ส่งผลให้ กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ที่มีหน้าที่โดยตรงในการดูแลระบบตลาดให้ขับเคลื่อนโดยปราศจากการผูกขาด ต้องโดดลงมาช่วยเหลือ เพื่อพยุงกิจการรายย่อยให้เดินหน้าต่อไปได้

แน่นอนว่า ผู้ประกอบการรายย่อยเองก็ต้องปรับตัวด้วยเช่นกัน เพราะความช่วยเหลือจากกรมไม่ได้เป็นไปในลักษณะของการอุดหนุนกำลังเงิน หากแต่อุดหนุนด้วยความรู้ เพื่อให้ปรับตัวเข้ากับสถานการณ์

ปี 2553 กรมตั้งเป้าที่จะพัฒนาร้านค้าส่งให้ได้อย่างน้อย 6 พื้นที่ หรือพื้นที่ละ 1 ร้าน เพื่อให้ร้านค้าส่งที่ได้รับการพัฒนาแล้ว ลงไปเป็นพี่เลี้ยงให้กับร้านค้าปลีกในการช่วยเหลือบริหารจัดการร้านอีกทอดหนึ่ง

ตั้งเป้าให้แต่ละพื้นที่เข้าไปพัฒนาร้านค้าปลีกอีกพื้นที่ละ 10 แห่ง รวมกันประมาณ 60 แห่ง โดยมีร้านค้าส่งที่เข้าร่วมโครงการสร้างเครือข่ายธุรกิจค้าปลีกค้าส่งแล้วในพื้นที่ จ.สมุทรสาคร ลำพูน นครสวรรค์ ยโสธร ขอนแก่น และตรัง

ในส่วนของภาครัฐจะนำคณะที่ปรึกษาดำเนินกิจกรรมให้คำปรึกษาในการนำข้อมูลการซื้อสินค้าของร้านค้าปลีกเครือข่ายที่มีอยู่ของกิจการค้าส่งมาวิเคราะห์ เพื่อพัฒนาระบบนำสินค้าเข้าและสร้างการเชื่อมโยงกับคู่ค้า ระบบบริหารสินค้าหน้าร้านและหลังร้านของผู้ประกอบการค้าส่งค้าปลีก และระบบส่งสินค้าออกและระบบการขายสร้างการเชื่อมโยงไปยังผู้ประกอบการร้านค้าปลีก

ในส่วนของการวัดผลว่าโครงการประสบความสำเร็จหรือไม่ นายสุทธิศักดิ์ เลาหชีวิน รองอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กล่าวว่า ไม่ได้วัดจากที่ว่าร้านค้าปลีกหรือโชห่วยต้องอยู่รอดทั้งหมด แต่จะวัดจากการเข้าไปช่วยเหลือหรือให้คำแนะนำครอบคลุมร้านค้าปลีกให้ได้มากที่สุด ตั้งเป้าหมายให้ได้ปีละ 2,0003,000 ร้านค้า เพราะธุรกิจค้าส่งและค้าปลีกจะอยู่รอดภายใต้สถานการณ์ปัจจุบันได้ คือผู้ประกอบการที่มีการปรับตัวเท่านั้น

ในแผนพัฒนาธุรกิจค้าส่งค้าปลีกไทยให้มีศักยภาพเข้มแข็ง สามารถแข่งขันกับห้างค้าปลีกขนาดใหญ่ (โมเดิร์นเทรด) จริงๆ แล้วเป็นการต่อยอดมาตั้งแต่ปี 2549

เดิมทีกรมใช้วิธีเข้าไปให้คำแนะนำในการบริหารจัดการสถานที่ การสต๊อกสินค้า กับค้าปลีกรายย่อย (โชห่วย) ซึ่งไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร เพราะด้วยจำนวนโชห่วยไทยทั่วประเทศที่มีอยู่ 45 แสนราย ทำให้การให้คำแนะนำทำได้ช้าไม่ทั่วถึง

หลังจากนั้นได้ปรับแผนใหม่มาสร้างร้านตัวอย่าง ภายใต้คอนเซปต์ สะดวก สะอาด สว่าง โดยทำร้านตัวอย่างจังหวัดละ 10 แห่ง เพื่อให้ร้านค้าอื่นเข้าดู แต่ทำไปได้ระยะหนึ่งก็ยังไม่ประสบความสำเร็จ จึงได้ดึงสมาคมการค้าส่งปลีกไทย เข้ามาร่วมมือ ด้วยการนำธุรกิจค้าส่งไปช่วยเหลือค้าปลีก เพราะค้าปลีกที่อยู่ในพื้นที่แต่ละแห่งจะมีลูกค้าที่เป็นร้านค้าปลีกอยู่ในเครือข่ายประมาณ 80100 แห่ง

แผนดำเนินการ คือ กรมเข้าไปช่วยเหลือธุรกิจค้าส่งก่อน มีประมาณ 1,000 รายทั่วประเทศ ให้มีความเข้มแข็ง ด้วยการส่งอาจารย์มหาวิทยาลัยและทีมเชี่ยวชาญบริษัทเอกชนเข้าไปให้ความรู้การบริหารจัดการสต๊อกของร้านค้าส่ง จนไปถึงการบริหารจัดการร้านขายตรง ซึ่งโครงการดังกล่าวเริ่มมาตั้งแต่ปี 2549 ต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน

ผลตอบรับสามารถลดปัญหาการสต๊อกสินค้าโดยไม่จำเป็นไปได้มาก ทำให้ร้านค้าส่งไม่ต้องใช้เงินลงทุนในการสั่งสต๊อกสินค้ามาขายเป็นจำนวนมากเหมือนที่ผ่านๆ มา หรือประหยัดไปได้หลาย 10 ล้านบาท

ปัญหาของพวกค้าส่งที่ผ่านมาคือ จะสั่งซื้อสินค้าตามโปรโมชันของเซลส์ที่มาขายสินค้า ทำให้สั่งซื้อเป็นจำนวนมากแบบไม่จำเป็น เมื่อให้ความรู้เรื่องการบริหารจัดการสต๊อก ก็ทำให้ร้านค้าส่งมีการบริหารจัดการที่ดีขึ้น

เมื่อร้านค้าส่งแข็งแรงและอยู่ได้ วิธีการต่อมาในการช่วยเหลือร้านค้าปลีกตามแผนแบ่งออกเป็น 2 ลักษณะ 1.การให้ร้านค้าส่งที่ได้รับความช่วยเหลือจากกรมมาเป็นพี่เลี้ยงในการดูแลร้านค้าปลีกที่เป็นลูกค้าของตัวเอง ด้วยการให้คำแนะนำวิธีการปรับปรุงร้าน การสั่งซื้อสินค้า และระบบบริหารจัดการสต๊อก เหมือนที่ร้านค้าส่งเคยได้รับคำแนะนำมา เริ่มแรกจะมีเจ้าหน้าที่จากกรมร่วมเข้าไปให้คำแนะนำกับร้านค้าส่งเพื่อเป็นตัวอย่าง

ตามด้วยการสร้างความเชื่อมโยงในระบบเครือข่ายให้กับค้าส่งและค้าปลีกไทย วิธีการคือจะนำร้านค้าปลีกในพื้นที่มาเชื่อมโยงกัน จะทำให้การสั่งซื้อสินค้าจำหน่ายภายในร้านเป็นเครือข่าย โดยใช้ระบบไอทีสมัยใหม่เข้าไปบริหารจัดการ

แนวทางที่ 2 ถือเป็นการต่อยอดจากวิธีแรก คือสร้างเครือข่ายร้านค้าปลีกเพิ่ม ค้าส่งก็จะมีร้านค้าปลีกเป็นลูกค้าเพิ่มขึ้น รัฐก็จะได้ประโยชน์ทั้งธุรกิจค้าปลีกค้าส่ง

พร้อมกันนี้ยังดึงซัพพลายเออร์เข้าร่วมกิจกรรม โดยในระหว่างที่ค้าส่งไปเป็นพี่เลี้ยงสอนค้าปลีกในเครือข่ายเรื่องบริหารจัดการ ก็อาจจะเป็นพื้นที่ให้ผู้ผลิตสินค้ามาจำหน่ายในราคาพิเศษ ซึ่งจะเป็นรูปแบบของการพึ่งพาอาศัยกัน มีโปรโมชัน เหมือนที่ห้างค้าปลีกดำเนินการ ซึ่งแผนการพัฒนาค้าปลีกค้าส่งนั้น คงไม่ได้กำหนดว่าจะเป็นรูปแบบนี้ในทุกๆ ที่ แต่จะต้องมีการปรับเพื่อให้สอดคล้องตามสถานการณ์อยู่ตลอดเวลา

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน