posttoday
แนวทาง 4.0 แบบญี่ปุ่น

แนวทาง 4.0 แบบญี่ปุ่น

04 สิงหาคม 2559

สํานักงานนวัตกรรมแห่งชาติ ได้ร่วมมือกับ องค์กร Nomura research Institute (NRI) Japan จัดเสวนาเรื่อง “The New S-Curve of Industries development in Thailand: Global and Japanese experiences” เพื่อเสนอมุมมองการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมเป้าหมายของรัฐบาล ทั้งอุตสาหกรรม 4.0 และอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (Electrical Vehicle) หรือ (EV) กับการพัฒนาประเทศไทยในระยะต่อไป

สํานักงานนวัตกรรมแห่งชาติ ได้ร่วมมือกับ องค์กร Nomura research Institute (NRI) Japan จัดเสวนาเรื่อง “The New S-Curve of Industries development in Thailand: Global and Japanese experiences” เพื่อเสนอมุมมองการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมเป้าหมายของรัฐบาล ทั้งอุตสาหกรรม 4.0 และอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (Electrical Vehicle) หรือ (EV) กับการพัฒนาประเทศไทยในระยะต่อไป

NRI ได้เสนอแนวทางการพัฒนาอุตสาหกรรม 4.0 ของประเทศไทย ดังนี้ 1.ประเทศไทยต้องให้ความสำคัญวางนโยบาย เพื่อสร้างให้เป็นประเทศต้นแบบการพัฒนาด้าน Internet of Thing (IoT) สำหรับประเทศอื่นในภูมิภาคอาเซียน เพราะไทยมีความเข้มแข็งด้านบุคลากรและอุตสาหกรรมต่อเนื่อง มากกว่าประเทศอื่นในอาเซียน 2.ประเทศไทยควรมีการสร้าง IoT อินดัสเตรียล พาร์ก อย่างเป็นทางการ เพื่อเป็นตัวอย่างพัฒนาของอุตสาหกรรม และเป็นต้นแบบของการพัฒนาของอาเซียน และ 3.ในอนาคต IoT จะมีอิทธิพลสูงมากในการเปลี่ยนแปลงทั้งโครงสร้างและระบบต่างๆ ของภาคอุตสาหกรรม เป็นผลมาจากซอฟต์แวร์ในโลกที่มีการเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว หากประเทศใดสามารถพัฒนาได้รวดเร็วกว่าประเทศอื่น มีโอกาสที่จะก้าวสู่การเป็นผู้นำในการพัฒนาได้

สำหรับประเทศญี่ปุ่นที่มีการพัฒนาอุตสาหกรรม 4.0 แล้ว โดยรัฐบาลได้มีงบประมาณในการส่งเสริมอย่างเต็มที่ ผ่านการร่วมมืออย่างแข็งแกร่งของรัฐบาล ภาคอุตสาหกรรม เพื่อร่วมวางโครงสร้างในการพัฒนา พร้อมกับมีการให้สิทธิประโยชน์ในด้านต่างๆ มีการวางโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ เพื่อส่งเสริมภาคเอกชน สร้างสรรค์สู่อุตสาหกรรมใหม่

ยกตัวอย่าง บริษัทที่เข้าสู่อุตสาหกรรม 4.0 ยกตัวอย่าง บริษัท มิตซูบิชิ ที่พัฒนา อี-แฟกทอรี่ (e-Factory) ตั้งแต่ปี 2546 มีการทำงานกับบริษัทที่ร่วมเป็นพันธมิตรถึง 300 บริษัท มีโครงการที่ได้พัฒนามากกว่า 5,000 โครงการ ขณะที่ เยอรมนีประกาศเข้าสู่อุตสาหกรรม 4.0 ตั้งแต่ปี 2556 บริษัทยักษ์ใหญ่ ซีเมนส์ ได้ลงทุนซื้อบริษัทที่เกี่ยวข้องกับซอฟต์แวร์ มูลค่า 1 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อพัฒนาอุตสาหกรรม IoT ทำงานร่วมกับเครือข่ายบริษัทต่างๆ ในโลกอย่างใกล้ชิด เป็นต้น

“พันธุ์อาจ ชัยรัตน์” ผู้อำนวยการ สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ สนช. เปิดเผยว่า สนช.ได้ร่วมมือผลักดันประเทศไทยสู่อุตสาหกรรม 4.0 ผ่านการสร้างสตาร์ทอัพไทยใหม่ กลุ่มอินดัสตรีเทค ที่มีความต้องการสูงในตลาดโลก ซึ่งขณะนี้มีสตาร์ทอัพไทยกลุ่มดังกล่าวประมาณ 10-20 ราย รวมทั้งต้องร่วมมือกับหน่วยงานรัฐต่างๆ กระตุ้นให้บริษัทขนาดกลาง และขนาดเล็ก รวมถึงโออีเอ็ม มุ่งปรับการผลิตสู่อุตสาหกรรมขั้นสูงเพื่อทำให้เอกชนไทยสามารถสร้างสินค้าที่มีนวัตกรรม และมีดีไซน์ออกมาสู่ตลาดมากที่สุด

เรียกได้ว่า เป็นความท้าทายของประเทศไทยไม่น้อย กับการปรับเข้าสู่อุตสาหกรรม 4.0 ให้สำเร็จ เพราะขณะนี้เอกชนไทยส่วนใหญ่อยู่ในอุตสาหกรรม 2.0 และ 3.0 ซึ่งการปรับครั้งสำคัญนี้ ต้องใช้ความร่วมมือทั้งการพัฒนาบุคลากร การร่วมมือหน่วยงานรัฐ เอกชน เครือข่ายวิจัยในประเทศไทย และจับมือกับผู้เชี่ยวชาญต่างประเทศ เข้ามาร่วมส่งเสริมพัฒนาอุตสาหกรรมร่วมกัน หากประเทศไทยเร่งปรับตัว มีโอกาสที่ไทยจะก้าวสู่ผู้นำในอุตสาหกรรมได้อย่างแน่นอน

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน