posttoday
เพิ่มทุนเอสเอ็มอีแบงก์สะดุด

เพิ่มทุนเอสเอ็มอีแบงก์สะดุด

01 สิงหาคม 2559

โดย...ชลลดา อิงศรีสว่าง

โดย...ชลลดา อิงศรีสว่าง

ภาพพนักงานนับร้อยของธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (เอสเอ็มอีแบงก์) ยาวเหยียดมามอบดอกไม้ให้กำลังใจสาลินี วังตาล ประธานกรรมการเอสเอ็มอีแบงก์ ที่กำลังถูกโจมตีตั้งคำถามถึงความโปร่งใสในการบริหารงาน จนถึงขั้นมีการส่งหนังสือร้องเรียนไปถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และส่งไปยังสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ด้วย

เรื่องร้องเรียนที่ส่งไปยังนายกฯ เป็นกรณีการปล่อยกู้ให้โรงสีข้าวรายหนึ่ง ที่ได้อนุมัติเงินกู้รวม 125 ล้านบาท และต่อมากลายเป็นหนี้เสีย ซึ่งธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้มีคำสั่งตามหนังสือลงวันที่ 23 เม.ย. 2558 ให้ธนาคารสอบสวนข้อเท็จจริงเรื่องการอนุมัติสินเชื่อดังกล่าว แต่ผลของการสอบสวนไม่มีการเปิดเผยและไม่มีการดำเนินการใดๆ ทางผู้บริหารของเอสเอ็มอีแบงก์จึงทำหนังสือร้องเรียนอีกครั้ง

หนังสือร้องเรียนระบุว่า เมื่อบอร์ดเอสเอ็มอีแบงก์เป็นผู้อนุมัติการให้สินเชื่อแก่ลูกหนี้รายดังกล่าวกว่า 120 ล้านบาท จึงถือว่ามีความเกี่ยวข้องโดยตรงกับการอนุมัติสินเชื่อรายนี้ ถือว่ามีส่วนได้ส่วนเสียและยังร่วมพิจารณาตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงตามคำสั่ง ธปท. และนำไปออกคำสั่งตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริงเมื่อวันที่ 22 พ.ค. 2558 จึงถือว่ามิชอบด้วยกฎหมาย เป็นการฝ่าฝืนมาตรา 20 ของ พ.ร.บ.เอสเอ็มอีแบงก์ เป็นเหตุให้ต้องพ้นจากตำแหน่งตามมาตรา 17

สำหรับเรื่องที่ส่งไปร้องเรียน ป.ป.ท. เป็นกรณีการขายหนี้เสีย (เอ็นพีแอล) ซึ่งเป็นไปตามแผนยุทธศาสตร์ฟื้นฟูที่เอสเอ็มอีแบงก์ขายออกไปโดยวิธีการประมูล โดยการร้องเรียนกล่าวหาว่าฝ่ายบริหารมีส่วนได้เสียในเรื่องนี้ ขายหนี้ออกไปราคาถูกอย่างน่าสงสัย

ทั้งสองกรณีนี้ แม้จะตีความว่านี่คือบัตรสนเท่ห์ เพื่อดิสเครดิต กลั่นแกล้ง หรือกล่าวหาก็ตาม แต่เป็นเรื่องที่ต้องสืบหาข้อเท็จจริงว่าเป็นอย่างไรกันแน่ เพราะเอสเอ็มอีแบงก์เป็นแบงก์รัฐ ที่ฐานะและความเป็นอยู่ของธนาคารอยู่ในการดูแลของกระทรวงการคลัง

แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง ระบุว่า ประเด็นนี้อาจจะทำให้คลังยังไม่พิจารณาเพิ่มทุนให้กับธนาคาร ตามที่ธนาคารร้องขอเงินทุนใหม่จากกระทรวงการคลัง 1,000 ล้านบาท เพื่อให้มีทุนเพียงพอในการดำเนินธุรกิจต่อไปได้ เพราะเห็นว่าหากการบริหารงานยังมีปัญหาก็จะต้องรอให้ทุกอย่างมีความชัดเจนเสียก่อน

นอกจากนี้ เรื่องดังกล่าวจะถูกนำไปพิจารณาในการประชุมคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (คนร.) อีกด้วย เนื่องจากเอสเอ็มอีแบงก์ เป็น 1 ใน 7 ของรัฐวิสาหกิจที่อยู่ในแผนฟื้นฟู โดย คนร.กำหนดแผนงานไว้ว่าให้เน้นปล่อยกู้ลูกหนี้รายย่อย รายละไม่เกิน 15 ล้านบาท โดยกำหนดเป้าสินเชื่อปล่อยใหม่ไว้ที่ 3.5 หมื่นล้านบาท หรือคิดเป็นจำนวนราว 1.5 หมื่นราย

สำหรับแผนปล่อยสินเชื่อ คือ ต้องไม่เกินรายละ 15 ล้านบาท เดิมปล่อยกู้กันที 500 ล้านบาท ก็แทบจะกลายเป็นหนี้เสียเลย แต่แนวทางการปล่อยกู้ตอนนี้ ต้องมีการพิจารณาความเสี่ยงลูกหนี้มากยิ่งขึ้น แต่ข้อเสียของการปล่อยกู้รายย่อย คือ เมื่อปล่อยกู้ไปสักระยะหนึ่ง กิจการลูกหนี้มีความเข้มแข็ง ยอดขายเพิ่มสูงขึ้น ทำให้ลูกหนี้ที่ต้องการเงินสินเชื่อเพื่อเป็นทุนหมุนเวียน และขยายกิจการเพิ่มมากขึ้นกว่า 15 ล้านบาท ต้องตัดสินใจขอรีไฟแนนซ์ออกจากธนาคารไปใช้บริการธนาคารพาณิชย์

เรื่องร้องเรียนทั้งสองประเด็นนี้ อาจมีผลแรงกว่าที่คิด ซึ่งต้องติดตามกันต่อไปว่ารัฐบาลจะดำเนินการอย่างไรต่อไปในเรื่องนี้

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน